
(เครดิตรูปภาพ: freepik)
การทำประกันภัยรถยนต์เป็นค่าใช้จ่ายประจำปีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับผู้ขับขี่ทุกคน แม้จะเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความคุ้มครองทางการเงินเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แต่เบี้ยประกันภัยมักเป็นภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่หลายคนต้องการลดภาระลง
ข่าวดีคือ เบี้ยประกันรถยนต์ไม่ได้มีราคาตายตัว มีหลายปัจจัยและเทคนิคที่สามารถช่วยให้ผู้ขับขี่ประหยัดเงินได้ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาทต่อปี โดยที่ยังคงได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสม บทความนี้จะรวบรวมวิธีตรวจสอบส่วนลดและแนวทางการหาโปรโมชั่นเพื่อให้ได้ความคุ้มค่าสูงสุด
1. ทำความเข้าใจส่วนลดมาตรฐานตามเกณฑ์ คปภ.
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานสำหรับส่วนลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจไว้ ซึ่งเป็นสิทธิ์พื้นฐานที่ผู้เอาประกันภัยควรได้รับหากเข้าข่ายเงื่อนไข ดังนี้
-
ส่วนลดประวัติดี (No Claim Bonus - NCB): นี่คือส่วนลดที่สำคัญที่สุด หากในปีที่ผ่านมาผู้ขับขี่ไม่มีการเคลมประกันที่เป็นฝ่ายผิดเลย จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันในปีต่ออายุตามลำดับขั้น ดังนี้
- ปีที่ 1: ส่วนลด 20%
- ปีที่ 2 ติดต่อกัน: ส่วนลด 30%
- ปีที่ 3 ติดต่อกัน: ส่วนลด 40%
- ปีที่ 4 ติดต่อกันขึ้นไป: ส่วนลดสูงสุด 50%
- ข้อควรระวัง: หากมีการเคลมที่เป็นฝ่ายผิด ส่วนลดนี้จะลดลงหรือหายไปในปีถัดไปตามสัดส่วนที่กำหนด
-
ส่วนลดการระบุผู้ขับขี่ (Named Driver Discount): หากรถยนต์คันนั้นมีผู้ขับขี่ประจำที่แน่นอน การระบุชื่อผู้ขับขี่ลงในกรมธรรม์ (สูงสุด 2 คน) จะช่วยลดเบี้ยประกันได้ โดยส่วนลดจะอิงตามช่วงอายุของผู้ขับขี่ที่อายุน้อยที่สุดที่ระบุไว้:
- อายุ 18-24 ปี: ส่วนลด 5%
- อายุ 25-35 ปี: ส่วนลด 10%
- อายุ 36-50 ปี: ส่วนลด 15%
- อายุเกิน 50 ปีขึ้นไป: ส่วนลด 20%
- ส่วนลดจากการติดตั้งกล้องติดรถยนต์ (Dashcam Discount): คปภ. มีคำสั่งให้บริษัทประกันภัยให้ส่วนลดเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมอีก 5-10% สำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดหน้ารถ (CCTV) ที่บันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลาที่ขับขี่ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการได้รับส่วนลดเพิ่ม
2. กลยุทธ์การหาโปรโมชั่นและส่วนลดพิเศษจากบริษัทประกัน
นอกเหนือจากส่วนลดมาตรฐาน การแข่งขันที่สูงในตลาดประกันภัยทำให้บริษัทประกันและนายหน้า (Broker) ต่างนำเสนอโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้า
- การเปรียบเทียบราคาผ่านช่องทางออนไลน์: ปัจจุบันมีเว็บไซต์นายหน้าประกันภัยออนไลน์จำนวนมากที่ให้บริการเปรียบเทียบราคาจากหลายบริษัทพร้อมกัน การใช้เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของราคาตลาดและโปรโมชั่นเฉพาะช่วงเวลานั้นๆ ได้ง่ายขึ้น
- โปรโมชั่นผ่อนชำระ 0%: สำหรับผู้ที่ต้องการบริหารสภาพคล่อง การเลือกบริษัทหรือโบรกเกอร์ที่มีโปรโมชั่นผ่อนชำระเบี้ยประกัน 0% นาน 3-10 เดือน ผ่านบัตรเครดิต เป็นทางเลือกที่ช่วยแบ่งเบาภาระได้ดี แม้จะไม่ใช่ส่วนลดราคาโดยตรง แต่เป็นประโยชน์ทางการเงินที่สำคัญ
- ส่วนลดกลุ่ม (Group Discount): หากมีรถยนต์ในครอบครัวหรือในบริษัทหลายคัน การทำประกันพร้อมกันเป็นกลุ่มกับบริษัทเดียว อาจสามารถเจรจาขอส่วนลดพิเศษเพิ่มเติมในรูปแบบของประกันกลุ่มได้ (โดยปกติประมาณ 10% สำหรับรถตั้งแต่ 3 คันขึ้นไป)
- ของแถมและสิทธิพิเศษอื่นๆ: โบรกเกอร์บางรายอาจมีโปรโมชั่นเสริม เช่น บัตรเติมน้ำมัน บัตรกำนัลห้างสรรพสินค้า หรือบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนฟรี ควรนำมูลค่าของของแถมเหล่านี้มาคำนวณเปรียบเทียบความคุ้มค่ารวมด้วย
3. เทคนิคขั้นสูง: การปรับเปลี่ยนความคุ้มครองเพื่อลดเบี้ย
การปรับเงื่อนไขกรมธรรม์บางประการสามารถลดเบี้ยประกันลงได้อย่างมาก แต่ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่ผู้เอาประกันต้องแบกรับเองบางส่วน
-
การเลือกรับ "ค่าเสียหายส่วนแรก" (Deductible): นี่คือวิธีลดเบี้ยประกันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดวิธีหนึ่ง หากผู้ขับขี่มั่นใจในฝีมือการขับรถและมีความเสี่ยงต่ำ สามารถเลือกตกลงจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (เช่น 2,000 หรือ 5,000 บาท) ในกรณีที่เป็นฝ่ายผิด
- ตัวอย่าง: หากเลือกค่าเสียหายส่วนแรก 5,000 บาท เบี้ยประกันอาจลดลงไปประมาณ 2,000 - 5,000 บาท (ขึ้นอยู่กับบริษัทและแผน) วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่มีประวัติดีและต้องการประหยัดค่าเบี้ยรายปี
ข้อควรระวังในการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์
แม้การประหยัดค่าใช้จ่ายจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ "ราคาถูกที่สุด" ไม่ได้แปลว่า "ดีที่สุด" เสมอไป ควรพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย:
- ชื่อเสียงของบริษัทประกันและความมั่นคง: ตรวจสอบประวัติการเคลม ความรวดเร็วในการบริการ และสถานะทางการเงินของบริษัท
- เครือข่ายอู่ซ่อม: ตรวจสอบว่าบริษัทประกันมีอู่ในเครือที่ได้มาตรฐานและสะดวกต่อการใช้บริการในพื้นที่ที่อาศัยอยู่หรือไม่
- ทุนประกัน: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุนประกัน (วงเงินชดเชยสูงสุดกรณีรถหายหรือเสียหายสิ้นเชิง) เหมาะสมกับมูลค่าตลาดของรถยนต์ ณ ปัจจุบัน ไม่ต่ำเกินไปจนไม่คุ้มครองความเสียหายจริง
บทสรุป
การประหยัดเบี้ยประกันรถยนต์ให้ได้มากที่สุดต้องอาศัยการผสมผสานระหว่างการใช้สิทธิ์ส่วนลดมาตรฐานตามกฎหมาย (ประวัติดี, ระบุผู้ขับขี่, กล้องหน้ารถ) การเปรียบเทียบโปรโมชั่นทางการตลาดอย่างชาญฉลาด และการพิจารณาปรับเงื่อนไขความคุ้มครอง เช่น ค่าเสียหายส่วนแรก ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการขับขี่ของตนเอง การสละเวลาเพียงเล็กน้อยในการศึกษาข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้เจ้าของรถประหยัดเงินได้เป็นจำนวนมากในแต่ละปี
แหล่งอ้างอิงข้อมูล (References):
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) - OIC: ข้อมูลเกี่ยวกับอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ส่วนลดประวัติดี (NCB) และส่วนลดการระบุผู้ขับขี่
- สมาคมประกันวินาศภัยไทย (TGIA): ข้อมูลทั่วไปและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์
- ประกาศ คปภ. เรื่องส่วนลดกล้องติดรถยนต์: คำสั่งนายทะเบียนที่เกี่ยวกับการให้ส่วนลดเบี้ยประกันภัยสำหรับการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในรถยนต์
รับสิทธิ์ประเมินราคารถฟรีวันนี้!
อ่านเพิ่มเติม: รับซื้อรถยนต์มือสอง ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ให้ราคาสูง ภายใน 24 ชั่วโมง
ต้องการ ราคาประเมินรถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…