เคลมประกันรถยนต์: ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

เผยแพร่โดย เมื่อ

Editors%2 Fimages%2 F1769141345036 1769141345036

(เครดิตรูปภาพ: freepik)

อุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ขับขี่ แต่การตั้งสติและปฏิบัติอย่างถูกต้องตามขั้นตอนของบริษัทประกันภัยมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความรวดเร็วในการนำรถเข้าซ่อมแซม

ในประเทศไทย การเคลมประกันแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ เคลมสด (มีคู่กรณี ต้องแจ้งทันที) และ เคลมแห้ง (ไม่มีคู่กรณี) บทความนี้สรุปขั้นตอนและเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยเตรียมความพร้อมได้อย่างถูกต้อง

1. ประเภทของการเคลมประกัน

เคลมสด (Fresh Claim)

คือการเคลมเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่มีคู่กรณี บาดเจ็บ หรือรถยนต์เสียหายหนักจนขับเคลื่อนไม่ได้ ผู้ขับขี่ต้องแจ้งบริษัทประกันทันทีเพื่อให้เจ้าหน้าที่สำรวจภัย (Surveyor) มายังที่เกิดเหตุ

เคลมแห้ง (Dry Claim)

คือการเคลมรอยขีดข่วนเล็กน้อย หรืออุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยชนเสา ขูดฟุตบาท หรือหินกระเด็นใส่ ผู้เอาประกันสามารถแจ้งเคลมภายหลังได้ แต่ต้องระบุวันเวลาและสาเหตุให้ชัดเจน

  • ข้อควรระวัง: หากระบุคู่กรณีไม่ได้ (เช่น แจ้งว่า "ไม่รู้ว่าไปโดนตอนไหน") อาจต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ โดยปกติอยู่ที่ 1,000 บาทต่อเหตุการณ์
2. ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ (เคลมสด)
  1. ตั้งสติและหยุดรถ: อย่าเคลื่อนย้ายรถจนกว่าจะมีการตกลงกันได้ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจสั่ง ยกเว้นกรณีที่กีดขวางการจราจรอย่างหนักและได้ถ่ายรูปไว้ชัดเจนแล้ว
  2. โทรแจ้งศูนย์รับแจ้งเหตุ: ติดต่อ Call Center ของบริษัทประกันภัยทันที โดยเตรียมข้อมูลดังนี้:
    • หมายเลขทะเบียนรถ
    • หมายเลขกรมธรรม์
    • จุดเกิดเหตุ (ระบุสถานที่ให้ชัดเจน หรือแชร์ Location)
    • ลักษณะการเกิดเหตุเบื้องต้น
  3. บันทึกภาพ: ถ่ายรูปรถให้เห็นสภาพความเสียหาย ทะเบียนรถคู่กรณี และมุมกว้างที่แสดงลักษณะการจราจรและเส้นแบ่งเลน
  4. รอเจ้าหน้าที่: เมื่อเจ้าหน้าที่สำรวจภัยมาถึง จะทำการประเมินและออก ใบรับรองความเสียหาย (ใบเคลม) ให้กับทั้งสองฝ่าย เพื่อนำไปติดต่ออู่ซ่อมต่อไป
3. เอกสารที่ต้องเตรียม

เพื่อให้การออกใบเคลมราบรื่น ผู้ขับขี่ควรพกสำเนาเอกสารเหล่านี้ติดรถไว้เสมอ:

  1. ใบอนุญาตขับขี่: ของผู้ที่ขับขี่ในขณะเกิดเหตุ (สำคัญมาก หากผู้ขับไม่มีใบขับขี่ ประกันภาคสมัครใจอาจปฏิเสธความคุ้มครอง)
  2. สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียน): เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของและรายละเอียดรถ
  3. สำเนากรมธรรม์ประกันภัย: หน้าตารางกรมธรรม์ที่ระบุความคุ้มครอง
  4. บัตรประจำตัวประชาชน: ของผู้ขับขี่
  5. สำเนาบันทึกประจำวันตำรวจ: เฉพาะกรณีที่เป็นคดีความ มีผู้บาดเจ็บ หรือตกลงกันไม่ได้
4. กรณีชนแล้วแยก (Knock for Knock)

ปัจจุบันบริษัทประกันภัยชั้นนำส่วนใหญ่เข้าร่วมโครงการ Knock for Knock (KFK)

  • เงื่อนไข: หากรถทั้งสองฝ่ายทำประกันชั้น 1 และอยู่ในโครงการ KFK
  • วิธีปฏิบัติ: หากตกลงกันได้ว่าใครเป็นฝ่ายถูก-ผิด ผู้ขับขี่สามารถแลกเอกสาร (ใบ KFK) ถ่ายรูปรถ แล้วแยกย้ายกันได้ทันทีโดยไม่ต้องรอประกันมาที่เกิดเหตุ เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด
บทสรุป

ความเข้าใจในขั้นตอนและเอกสารจะช่วยให้การเคลมประกันเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว สิ่งสำคัญคือการให้ข้อมูลที่เป็นจริงแก่บริษัทประกันภัยเพื่อป้องกันการถูกปฏิเสธความคุ้มครอง

รถที่ผ่านการทำสีหรือมีประวัติอุบัติเหตุอาจส่งผลต่อราคาขายต่อในอนาคต หากต้องการทราบมูลค่ารถปัจจุบันหลังการซ่อมแซม สามารถตรวจสอบราคาตลาดได้ที่ Motorist Thailand เพื่อประกอบการตัดสินใจในการใช้งานหรือเปลี่ยนรถใหม่

แหล่งข้อมูลอ้างอิง (Reference Sources)
  1. ข้อกำหนดและสิทธิประโยชน์: สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
  2. ขั้นตอนมาตรฐาน: สมาคมประกันวินาศภัยไทย

รับสิทธิ์ประเมินราคารถฟรีวันนี้!

อ่านเพิ่มเติม: รับซื้อรถยนต์มือสอง ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ให้ราคาสูง ภายใน 24 ชั่วโมง


ต้องการ ราคาประเมินรถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…

0 ความคิดเห็น