
ประสบการณ์ขับขี่ BMW iX3 ในประเทศไทยของผม กับก๊วนคนบ้ารถและบ้ามะพร้าวที่ปทุมธานี
ครั้งสุดท้ายที่ผมมาที่สนามปทุมธานี สปีดเวย์น่าจะย้อนกลับไปในช่วงปี 2022... ตอนนั้นผมรับหน้าที่เป็นหนึ่งในทีมงานหลังบ้านของงานทดสอบ Subaru Forester รุ่น CKD ไทย โดยเหล่าคอนเทนท์ครีเอเตอร์จากประเทศต่างๆในอาเซียนก็มาร่วมแจมด้วย
เบื้องหลังงานตอนนั้นคือส่วนผสมสุดจะปัง(พินาศ) ระหว่างการวางแผนแบบโลกสวย ความกังวลแบบสุดๆ และการสวดภาวนาต่อพระเจ้าให้งานออกมาแบบไร้ปัญหา (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าท่านจะยอมฟังคนดื้อศาสนาแบบผมไหม)
โชคดีที่การมาเยือนสนามปุทมธานีครั้งนี้ ผมไม่ต้าวภาวนาอะไรอีกแล้ว เพราะมันคืองานรวมคือ BMW Asia หมายความว่า ทุกอย่างจะเรียบร้อยตามสไตล์การทำงานแบบชาวบาวาเรียน... นั่นรวมถึงเครื่องยนต์ซิ่งๆ เหล่าขาซิ่งจากต่างแดน และเจ้ามะพร้าวหวานหอม iX3 คันนั้นที่จอดรอเราอยู่
"นี่สินะคือความ need ... need for speed(way), ปทุมธานี!"
ในฐานะชาวสิงคโปร์ที่เลิฟทุกอย่างเกี่ยวกับมะพร้าว.. น้ำมะพร้าว, เนื้อมะพร้าว, ขนมมะพร้าว หรือไอศครีมมะพร้าวสด.. ผมสดชื่อทุกครั้งที่รู้ว่าจะได้สัมผัสมะพร้าวคุณภาพเยี่ยมของประเทศไทยอีก
ถึงอย่างนั้น รถชาติหอมหวานที่ผมฝันถึงเป็นอันต้องกร่อยลงไปทันทีที่เจอบรรยากาศรถติดในกรุงเทพฯ ทั้งเสียงดังและเต็มไปด้วยฝุ่นควันที่หนักหนากว่าในสิงคโปร์หลายเท่า
แต่เมื่อมาถึงที่ปทุมธานี ดูเหมือนว่าจุดที่รถหนาแน่นที่สุดบนถนน น่าจะเป็นขบวนรถ BMW iX3 ทั้ง 6 คันที่เราขับขี่ทดสอบกันวันนี้นี่แหละ
ไร้ซุ่มเสียงใดๆจากเจ้ารถไฟฟ้า 100% ของ BMW คันนี้ นอกจากเสียงยางขอบ 22 นิ้วของ Michelins บดกับพื้นถนน เช่นเดียวกับการปล่อยควันที่เท่ากับศูนย์ (นอกเหนือจากคัวนที่ลอยออกมาจากร้านกัญชาแถวสุขุมวิทน่ะนะ)
แก๊งนักข่าวสายยยานยนต์ที่มาร่วมทริปกับ BMW Asia เพื่อทดสอบ BMW iX3 ใหม่ครั้งนี้ มีทั้งระดับยอดฝีมือรุ่นใหม่ และพวก "เก่าเก๋าเกม" (แบบผม)
รถที่ดีก็เหมือนไอศครีมมะพร้าวอ่อน – หวานละมุนใจบนถนน และเยือกเย็นกว่าใครในสนามแข่ง
"ยอดฝีมือไม่เคยพัก" อาจเป็นคำกล่าวที่จริงในมุมหนึ่ง.. แต่น่าจะไม่ใช่ผมเพราะผมรู้สึกเหนื่อยตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน (แหะๆ) ดีที่ได้เบาะนั่งนุ่มๆของ iX3 ช่วยพยุงร่างผุๆของผมไว้ พร้อมการปรับตำแหน่งให้เข้าที่ได้ง่ายๆ (ด้วยปุ่มกดแบบคลาสสิค) และก็ เอ่อ.. มีลมเป่าระบายอากาสโชยมาอ่อนๆด้วย
เร่งแอร์ปุ๊บ! เย็นฉ่ำปั๊บ! เย็นวาบไปถึงด้านหลังเลยเฮ้ย!!
เพราะด้านหลังรวมถึงส่วนล่างของร่างกายผมนั้นเหมือนได้ผ่อนคลายอยู่บนผลงานศิลปะของนักออกแบบชั้นเยี่ยม (ที่ออกจะเพี้ยนนิดๆ)
ที่แผงคอนโซลหน้าสุดล้ำนั้น ดูหลุดโลกน้อยลงไปหน่อยเมื่อเราเริ่มคุ้นชินกับหน้าปัด Panoramic Vision ที่วางยาวตลอดความกว้างรถ แถมยังอ่านและใช้งานง่ายซะด้วย
สิ่งที่เฉิดฉายที่สุดบนสนามทดสอบปทุมธานีครั้งนี้คือเทคโนโลยีการขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% ของ BMW Gen6 eDrive ที่ถูกใส่มาให้ลูกค้าได้สัมผัสกันครั้งแรกในรถ iX3 50 xDrive คันนี้
ซึ่งไฮไลต์ฝั่งการส่งพลังคือนวัตกรรมขุมพลังเอกสิทธิ์เฉพาะพร้อมแพ็กแบตเตอรี่ที่ BMW พัฒนาขึ้นมาเอง ขณะที่ลูกเล่นดิจิทัลเต็มระบบจัดเต็มโดยระบบ Panoramic iDrive และระบบปฏิบัติการ BMW Operating System X
ทดสอบเหยียบคันเร่งรวดเดียวจน 140กม/ชม. พร้อมเบรกแบบสุดตัวอย่างคนบ้าได้โดยที่ตัวรถยังครบ 32 ดี
ด้วยกำลัง 345kW (469 แรงม้า) จากมอเตอร์คู่ท้ายรถเจ้า iX3 พาผมวาร์ปข้ามเวลา ไวกว่าที่ผมใช้เวลา (ราว 10 วินาที) ในการเลือกลูกมะพร้าวที่ถูกใจ ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม/ชม. ใน 4.9 วินาทีเท่านั้น
อันที่จริง เรื่องที่เจ้า iX3 คันนี้ทำผมอึ้ง! ได้มากกว่าอัตราเร่งอีกเรื่องคือ "การหยุดรถ" ที่ BMW เรียกมันว่าระบบ Soft Stop ที่นุ่มนวลราวกับเนื้อมะพร้าวอ่อน ช่วยการหยุดรถในจังหวะสุดท้ายให้นิ่งกริ๊บ ไร้อาการหัวโยก ทำเอาผมเผลอคิดไปไกลว่าฉันนี่มันขับรถเก่งจริงๆ"
ณ จุดนี้ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าจะต้องขอบคุณทีมวิศวะกรของ BMW ดีไหมที่ออกแบบการทำงานของระบบนี้ออกมาให้จังหวะการส่งต่อการหยุดรถระหว่างมอเตอร์รีเจนฯและปั๊มเบรกจริงๆที่ช่วงความเร็วต่ำกว่า 5 กม/ชม. หรือเจ้าวุ้นมะพร้าวเนื้อนุ่มที่อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเค้าในครั้งนี้...
แม้ว่าเวลาขับขี่ของเราจะกระชั้นชิดไปเสียหน่อยจนผมยังไม่มีเวลาได้พูดคุยกับพวกเขาเท่าไรนัก แต่ยังดีที่การขับขี่ iX3 ครั้งนี้ได้เสิร์ฟคำตอบหลายๆอย่างมาให้ผมอยู่มากทีเดียว
ทดสอบขับขี่สลาลอมที่ความเร็ว 35km/h อย่างชิลๆ ไร้ร่องรอยน้ำกระเซ็นออกจากแก้วที่ฝากระโปรง.. ต้องขอบคุณช่วงล่างเทพๆชุดนี้
สำหรับฟีลลิ่งการขับขี่บนถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่ออาจจะมีความตึงตังและเซนซิทีฟไปนิด ด้วยการเซ็ตอัพมาแบบ SUV ที่ต้องการใช้ตัว S(sport) อย่างจริงจัง ซึ่งจุดนี้ก็ได้รับการปล่อยของอย่างเต็มที่ในช่วงการทดสอบบนพื้นแทร็คของสนามปทุมธานีสปีดเวย์
ที่สนามทดสอบแห่งนี้ ท่ามกลางบรรยากาศไร้เงาตึกแต่ยังไม่ถึงกับชนบท เจ้า iX3 โชว์สมรรถนะความสปอร์ตออกมาอย่างเต็มกำลัง ชัด เคลียร์ ใส.. ใสกว่าน้ำมะพร้าว.. แถมปริมาณความซิ่งยังเอ่อล้นท่วมความอเนกประสงค์ที่มี (ที่ควรจะตีคู่กันมา)
แต่อย่างน้อยๆ การได้ขับเข้ารถไฟฟ้าสุดอลังฯฝ่าฝูงรถดีเซลแถวปทุมฯ ก็ยังรู้สึกว่ามันขับง่ายยิ่งกว่าปลอกมะพร้าว (กล้วย?) ด้วยการตอบสนองสุดจะเฟิร์มและเบาะนั่งนุ่มแน่นของรถคันนี้
แต่ความแน่นเฟิร์มของช่วงล่างนี้ก็สมเหตุสมผลสุดๆ เมื่อต้องขับในสนามปทุมธานี สปีดเวย์ ที่ซึ่ง iX3 ทะยานผ่านโค้งต่างๆ ไปได้อย่างคล่องแคล่วเกินคาด ...สำหรับรถ SUV ที่มีน้ำหนักตัวถึง 2.36 ตัน
ขับ iX3 เคลื่อนผ่านการจราจรแถวปทุมฯมันง่ายกว่าจะเจาะมะพร้าวซักลูกกินอีกนะ
เจ้ารถไฟฟ้าคันนี้คือเจ้าอ้วน ด้วยน้ำหนักตัวมหาศาลบวก 2 หนุ่มสิงคโปร์ไซส์อุดมสมบูรณ์ที่นั่งทดสอบด้วยกันเข้าไปอีก แต่ก็ยังไม่วายขับผ่านด้านทดสอบแต่ละด่านไปได้แบบชิลล์ๆ
ขณะที่ตัวรถเลี้ยวเข้าโค้งได้แบบคมๆ คมยิ่งกว่าคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยที่อาจจะควบคุมรถได้ไม่ดีเท่าที่รถทำได้เอง และถึงแม้ว่ามองจากภายนอกแล้วดูเหมือนตัวรถจะโยกตามเส้นทางอย่างฉวัดเฉวียน แต่ภายในห้องโดยสารดันให้ความรู้สึกนิ่งสนิท ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น
ตามที่ BMW แจ้งมา สิ่งที่ทำให้การขับขี่สุดเหวี่ยงของเจ้า Neue Klasse iX3 นิ่งกริ๊บนั้นเกิดจากสมองกลอัจฉริยะ "Heart of Joy" ที่จะช่วยประมวลผลการกระจายแรงบิดเพื่อรักษาสเถียรภาพของตัวรถได้ดีที่สุดในเสี้ยววินาที
ส่วนตัวผมแค่รู้สึกมีความสุขที่หัวใจผมยังไม่ไปกองรวมกันอยู่ที่ตาตุ่มกับอวัยวะอื่นๆเวลาที่อัด iX3 อย่างเต็มแรง เพราะผมยังอยากเอาเวลาหลังจากนี้ไปเคี้ยวมะพร้าวอบกรอบเพลินๆอยู่!
สภาพหลังจากทดสอบ "Heart of Joy" ใน BMW iX3 บอกเลยว่ามันทำให้คนบ้ารถคนนี้พร้อมลุยกับสารพัดเมนูมะพร้าวอื่นๆในไทยได้อีกเพียบ!!
Want a car valuation? Contact us to get a free car valuation within 24 hours…