
บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประกาศชื่อทางการของระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ “Honda Hybrid” ต่อยอดจากระบบ e:HEV ยกระดับรอบด้าน เตรียมทยอยเปิดตัวตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป
Key Highlights:
- เปิดตัวชื่อระบบใหม่: ประกาศใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า "Honda Hybrid" ทั่วโลก ทั้งในเชิงระบบขับเคลื่อนและการสื่อสารทางการตลาด
- ขยายไลน์อัป 15 รุ่น: วางแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ติดตั้ง Honda Hybrid รวม 15 รุ่น ภายในปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2030 ทั่วโลก
- พัฒนาจาก e:HEV: เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ขยายช่วงทำงานของเครื่องยนต์ และลดขนาดชุดขับเคลื่อนให้กะทัดรัดยิ่งขึ้น
- แพลตฟอร์มใหม่: พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Body Rigidity Management ที่สร้างสมดุลระหว่างความแข็งแกร่งของตัวถังและการลดน้ำหนัก
- เสริมเทคโนโลยี: ติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ e-AWD ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ทำงานร่วมกับระบบควบคุมเสถียรภาพ Motion Management System
บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) เดินหน้าจัดสรรทรัพยากรด้านการวิจัย พัฒนา และการผลิต เพื่อมุ่งเน้นธุรกิจยานยนต์ไฮบริดอย่างเต็มกำลัง ตามทิศทางดำเนินธุรกิจที่ประกาศไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 โดยล่าสุดประกาศใช้ชื่อทางการของระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ว่า "Honda Hybrid" เพื่อสร้างเอกลักษณ์ทางการตลาดระดับโลก สื่อสารจุดเด่นของเทคโนโลยีฟูลไฮบริดยุคใหม่ให้ผู้บริโภคเข้าใจได้อย่างชัดเจน พร้อมตอบรับความต้องการรถยนต์พลังงานทางเลือกที่เติบโตต่อเนื่อง
อัปเกรดชุดขับเคลื่อนและแพลตฟอร์มใหม่
ระบบ Honda Hybrid ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากระบบฟูลไฮบริด 2 มอเตอร์ (e:HEV) ด้วยการยกระดับองค์ประกอบสำคัญรอบคัน:
- ชุดขับเคลื่อนขนาดกะทัดรัด: เพิ่มประสิทธิภาพและลดขนาดชุดขับเคลื่อน ให้มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พร้อมขยายช่วงการทำงานประสิทธิภาพสูงของเครื่องยนต์
- แพลตฟอร์ม Body Rigidity Management: พัฒนาบนแพลตฟอร์มใหม่ที่ออกแบบสำหรับการบริหารจัดการความแข็งแรงตัวถังและการลดน้ำหนัก ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างเฉียบคมและยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น
- ระบบ e-AWD และ Motion Management System: ติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า e-AWD ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ทำงานร่วมกับระบบ Motion Management System ควบคุมการขับขี่แบบบูรณาการ ช่วยให้ตอบสนองได้อย่างแม่นยำและมั่นใจในทุกสภาพถนน
วิวัฒนาการเทคโนโลยีไฮบริดของฮอนด้า (1999 – 2026)
| ปี ค.ศ. ที่เปิดตัว | ชื่อระบบไฮบริด | รูปแบบเทคโนโลยี | จุดเด่นและลักษณะการทำงาน |
|---|---|---|---|
| ปี 1999 | IMA (Integrated Motor Assist) | Parallel Hybrid (1 มอเตอร์) | เปิดตัวใน Insight Gen 1 ใช้เครื่องยนต์เป็นหลัก โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเสริมกำลัง |
| ปี 2012 | SPORT HYBRID i-DCD | 1 มอเตอร์ + เกียร์ DCT 7 สปีด | มอเตอร์กำลังสูงรวมในชุดเกียร์ดูอัลคลัตช์ ตอบสนองอัตราเร่งฉับไวและประหยัดน้ำมัน |
| ปี 2012 | SPORT HYBRID i-MMD | Full Hybrid 2 มอเตอร์ (e:HEV) | มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นกำลังหลัก สลับการทำงาน 3 โหมด (เริ่มสื่อสารชื่อ e:HEV ในปี 2020) |
| ปี 2012 | SPORT HYBRID SH-AWD | 3 มอเตอร์ Torque Vectoring | ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าอิสระควบคุมล้อซ้าย-ขวา กระจายแรงบิดสู่ 4 ล้อ ยกระดับสมรรถนะสูงสุด |
| ปี 2026 | Honda Hybrid | Next-Gen Hybrid | พัฒนาจาก e:HEV อัปเกรดเครื่องยนต์ ชุดขับเคลื่อน แพลตฟอร์มใหม่ และระบบ e-AWD |
มุมมองจากผู้เขียน – สำหรับในประเทศไทยที่ไลน์อัปรถยนต์ยอดนิยมอย่าง City, Civic, HR-V, CR-V และ Accord ต่างพึ่งพาระบบ e:HEV เป็นหัวใจหลัก การอัปเกรดชุดขับเคลื่อนและนำระบบ e-AWD เข้ามาเสริม จะยิ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและตอบโจทย์ผู้ใช้รถชาวไทยที่ต้องการทั้งความประหยัด สมรรถนะ และความมั่นใจในการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม
ต้องการ ประเมินราคารถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…