In The Passenger Seat | คุณริชาร์ต : เจ้าของเพจ Reporter Journey

เผยแพร่โดย เมื่อ

Editors%2 Fimages%2 F1663133227700 Photo 2022 08 19 16 59 50

คุณริชาร์ต วัชราทิตย์ เกษศรี เจ้าของเพจ Reporter Journey ผู้บริหารสายคอนเทนต์ เน้นขับรถที่ใช้งานได้จริง คุ้มค่า คุ้มราคา ไม่ซีเรียสว่าต้องขับแบรนด์หรู
  • แนะนำตัวให้ชาว Motorist รู้จัก

สวัสดีครับ ผมริชาร์ต วัชราทิตย์ เกษศรีครับ CEO บริษัท Reporter Journey ครับ

  • จุดเริ่มต้นในการทำเพจ Reporter Journey

แรกเริ่มผมเป็นนักข่าวอยู่สำนักข่าวแห่งหนึ่งครับ จากนั้นก็เข้าสู่สภาวะที่วงการสื่อเกิดความสั่นคลอน มีการ lay off พี่น้องสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน

หลังจากว่างงานปุ๊บ ด้วยความที่เราอยู่ในวงการสื่อมาเกือบ 10 ปี ก็รู้สึกว่างานสื่อเป็นอะไรที่เราทิ้งไม่ได้จริง ๆ เหมือนเป็นสิ่งที่เราถนัดมากที่สุด ประจวบเหมาะกับช่วงนั้นเป็นช่วงที่สื่อออนไลน์กำลังบูม เริ่มมีสื่อใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น The Standard หรือ The Matters ซึ่งผมเล็งเห็นโอกาสที่จะเติบโตกับความเปลี่ยนแปลงตรงนี้ได้ ก็เลยเริ่มต้นเปิดเพจขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า “ตามติดชีวิตนักข่าว” เพื่อเล่าข่าวแบบเจาะเบื้องลึกเบื้องหลังมากขึ้น เพราะเวลาที่เราออกไปทำข่าว จะมีเรื่องเล่าเยอะมาก ซึ่งบางทีไม่สามารถเล่าผ่านสื่อปกติได้ อาจจะด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ หรือพื้นที่ไม่เพียงพอในการเล่า ก็เลยเปิดเพจนี้ขึ้นมาเพื่อเล่าข่าวตามใจตัวเอง แต่ก็เล่าแบบใส่รายละเอียดแน่น ๆ เจาะลึกจริง ๆ ถึงแม้จะฟังดูเป็นเรื่องยาก แต่เราจะเล่าให้คนทั่วไปสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายครับ

พอเราทำเพจไปสักพึงนึงก็เริ่มมีผู้ติดตามมากขึ้น ก็มีความคิดที่อยากจะลองเปลี่ยนจากการเขียนเล่าข่าวส่วนบุคคล ไปลองทำอะไรที่ดูจริงจังมากขึ้น ก็เลยลงมือลองทำคอลัมน์ข่าวจริง ๆ จัง ๆ เป็นบทความวิเคราะห์เรื่องเศรษฐกิจ การลงทุน สถานการณ์โลก และเรื่องธุรกิจ ทำให้มีผู้ติดตามเพิ่มมากขึ้นถึงหลักหมื่นเลย พออยู่ในช่วงที่มีผู้ติดตามประมาณ 40,000-50,000 คน ก็เริ่มเผยแพร่คอนเทนต์ไปสู่แพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น Blockdit และ TikTok ครับ

พอเราทำมาอย่างต่อเนื่อง ช่วงประมาณกลางปีถึงปลายปี 2019 ก็เริ่มมีลูกค้าเข้ามา เพราะต้องการให้เราเขียนคอนเทนต์ในเชิงธุรกิจหรือเชิงการตลาดให้ บวกกับเจอสถานการณ์โควิดพอดีในช่วงต้นปี 2020 ทำให้หลาย ๆ ธุรกิจหยุดใช้จ่ายเงินไปกับการทำการตลาดในรูปแบบงานอีเวนต์ และสื่อออนไลน์กลายมาเป็นสื่อหลักในการทำการตลาดทันที ทำให้ Reporter Journey ได้รับอานิสงส์ตรงนี้ไปด้วย ทั้งเรื่องของการเป็นที่รู้จักและในส่วนของรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน Reporter Journey กลายเป็นบริษัทเต็มตัว เพิ่งจดทะเบียนบริษัทไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมา โดยทำธุรกิจในแวดวงคอนเทนต์ออนไลน์ล้วน ๆ 100% แต่ในอนาคตมีแพลนที่จะทำธุรกิจอื่น ๆ มี Product อื่น ๆ หรือช่องทางอื่น ๆ ในการทำธุรกิจและคอนเทนต์ของตัวเองมากขึ้น เช่น Event Orgaziner, TV Content Provider ครับ และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของ Reporter Journey ที่เริ่มจากคนตกงานสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจสื่อครับ

Editors%2 Fimages%2 F1663133377895 Photo 2022 08 19 16 59 20

  • ทำไมต้องชื่อ Reporter Journey

เริ่มจากการแปลงคำจากคำว่า “ตามติดชีวิตนักข่าว” ซึ่งความหมายมันลงตัวมาก ๆ เพราะ Reporter คือ นักข่าว และ Journey ก็คือการเดินทาง ความหมายรวม ๆ ก็คือการเดินทางของนักข่าวคนหนึ่ง ที่เดินทางเพื่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ เพื่อหาข้อมูลมาทำข่าว

ตอนแรกแพลนว่าจะนำเสนอข่าวในรูปแบบ VLOG แต่ด้วยความที่ไม่ค่อยถนัดเรื่องการทำคลิปวิดีโอ แต่ถนัดเล่าเรื่องผ่านตัวอักษรมากกว่า ก็เลยนำเสนอในรูปแบบคอนเทนต์ Facebook บทความเว็บไซต์ และ Blockdit ครับ

นอกจากนี้ “การเดินทาง (Journey)” ของผม ไม่ได้หมายความว่าผมจะต้องลงพื้นที่เพื่อทำข่าวอย่างเดียว แต่บางทีผมอ่านข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศ แล้วเห็นว่าประเด็นนี้น่าสนใจก็จะนำมาเล่าต่อ เหมือนผมไปท่องโลกของข้อมูลข่าวสาร และนำกลับมารายงานในฐานะ “นักข่าว (Reporter)” ก็เลยกลายเป็น Reporter Journey ในปัจจุบันครับ

  • คอนเทนต์ในเพจส่วนใหญ่เกี่ยวกับอะไร

หลัก ๆ ก็จะเป็นคอนเทนต์เกี่ยวกับธุรกิจ เศรษฐกิจ นวัตกรรมต่าง ๆ เช่น ยานยนต์ รวมไปถึงประเด็นทางสังคม และการวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศครับ

Editors%2 Fimages%2 F1663133424566 Stacks Coins Arranged Bar Graph

  • ทำไมถึงสนใจเรื่องธุรกิจและการลงทุนเป็นพิเศษ

ต้องบอกว่าคนไทยกับเรื่องเศรษฐกิจมีความเหมือนจะเข้าใจแต่ไม่เข้าใจอยู่ เราพอจะเข้าใจเศรษฐกิจภาคครัวเรือนของเรา อย่างเช่นโครงการนโยบายที่ออกมาจากภาครัฐ การช่วยเหลือเรื่องค่าครองชีพให้กับประชาชน ฯลฯ แต่พอมองภาพรวมของเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ถามว่าคนไทยเข้าใจคำว่า GDP มากน้อยขนาดไหน คืออาจจะเข้าใจบ้าง แต่เข้าใจถูกหรือเปล่าก็ไม่รู้

แล้ว GDP มันไม่ได้มีแค่ GDP Growth ตัวเดียว แต่ยังมี GDP per Capita หรือ GDP ต่อหัว เค้าเรียกว่าเป็นผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ และยังมีเรื่อง GNP หรืออำนาจการซื้ออีก คือเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก แต่คนไทยไม่รู้เลย ผมก็เลยพยายามหยิบเรื่องพวกนี้มาเล่าในมุมง่าย ๆ หรือแม้กระทั่งว่าทำไมเราจะต้องสนใจจีน เราจะต้องแคร์อเมริกา เราจะต้องง้อยุโรป เพราะสุดท้ายแล้วเรายังต้องพึงพาการนำเข้า ส่งออก และการทำธุรกิจระหว่างประเทศกับพวกเค้า ถ้าวันนึงตลาดที่เป็นมหาอำนาจโลกเค้าไม่รับสินค้าเรา หรือเราโดนคว่ำบาตร เศรษฐกิจไทยแย่แน่ หากถามว่าแล้วทำไมเราไม่พึงพาตัวเอง ก็เพราะว่าเศรษฐกิจของเราเล็ก เรามีอำนาจการซื้อแค่ 70 ล้านคน แล้ว 70 ล้านคนที่มีหนี้ครัวเรือน 90% ของ GDP มันไม่ใช่พลังอำนาจการซื้อที่มหาศาลในปัจจุบันแล้ว ก็เลยต้องมีการพึ่งพาประเทศอื่น ๆ

ต้องบอกเลยว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มันเชื่อมต่อกัน เช่น มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่รัสเซีย-ยูเครน ดูเหมือนไกลแต่สุดท้ายคือน้ำมันขึ้นราคา อาหารขึ้นราคา เงินเฟ้อสูง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทุกมุมโลกเกี่ยวข้องกับทุกประเทศทั่วโลกหมด ส่วนเรื่อง Business ผมมองว่าสามารถนำมาเป็นกรณีศึกษาได้ เช่น เทำไมผมจะต้องเล่าเรื่องที่เซนทรัลไปลงทุนในเวียดนาม นั่นหมายความว่าคุณจะต้องเห็นเลยว่าเวียดนามมีศักยภาพขนาดไหนในการดึงดูดการลงทุนเข้ามา แต่มันมีปัจจัยอะไรที่ทำให้เค้ายังคงเป็นประเทศที่ยังไม่สามารถพัฒนาได้ทัดเทียมเรา ถึงแม้ว่าเค้าจะเติบโตก็ตาม มันจะมีมุมแบบนี้ให้สังเกตยู่เสมอ 

เพราะฉะนั้นเรื่องพวกนี้มันเป็นเหมือนเรื่องที่เหมือนจะเข้าใจแต่ไม่เข้าใจ มันเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่คนไทยมองว่ามันไกลตัว มองว่าประเทศอื่นรวย แต่ทำไมประเทศเราไม่รวย ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วถ้าวันนึงบริษัทที่เป็นบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ บริษัทมหาชนในบ้านเราล้มทั้งหมด เศรษฐกิจไทยก็แย่เหมือนกัน เพราะเราเองก็ต้องพึ่งพาบริษัทเหล่านี้ในการขับเคลื่อนธุรกิจเหมือนกัน ถ้าบอกว่าแล้วทำไมไม่ทำให้ภาคครัวเรือนหรือว่าภาคธุรกิจขนาดเล็กมันเติบโตขึ้นมา ก็ต้องบอกเลยว่ามันมีข้อจำกัดหลายอย่างในโลกใบนี้ เราที่เป็นบุคคลนอกอาจจะมองไม่ออกว่าโลกธุรกิจโดยรวมเป็นยังไง

บางคนบอกว่าทำไมจะต้องให้กลุ่มทุนนี้ครอบงำ ทำไมจะต้องให้บริษัทนี้ได้สัมปทาน คือทุกอย่างบนโลกนี้มีเงื่อนไขทั้งหมด เพราะฉะนั้นการแข่งขันบนโลกการค้าเสรี คุณจะต้องแข่งขันกับคนอื่น ไม่ใช่ให้คนอื่นมารอป้อนให้กับคุณ มันเป็นไปไม่ได้ และเราต้องพัฒนาตัวเองให้แข่งกับเค้าให้ได้ ไม่ใช่เป็นคนที่รอรับอย่างเดียว

Editors%2 Fimages%2 F1663133473460 Charging Electro Car Electric Gas Station

  • นวัตกรรมรถใดที่รู้สึกว่าว้าวที่สุดสำหรับคุณในช่วงนี้

ช่วงนี้ผมสนใจเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าเป็นพิเศษครับ คืออาจจะไม่ได้ว้าวมากที่มันถูกผลิตขึ้น แต่ว้าวเพราะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด เดิมทีเรามองว่าอีก 10 ปีข้างหน้ารถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดขึ้นมาหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่หลังจากปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ทำให้เป็นตัวเร่งให้คนสนใจรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น รวมไปถึงค่ายรถต่าง ๆ ก็เริ่มลงมาเล่นตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น จะเห็นได้เลยว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นมาก ยอดจองก็ถล่มทลาย และเริ่มเห็นขับกันเยอะมาก ๆ บนท้องถนนทั่วไป นั่นหมายความว่าลูกค้าเริ่มสนใจเรื่องแบรนด์หรือประเทศผู้ผลิตรถน้อยลง แต่เห็นว่านวัตกรรมยานยนต์นี้กำลังพัฒนาแล้วจริง ๆ และเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่เราจะต้องเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากนี้ เรื่องของเทคโนโลยีแบตเตอรี่มีการพัฒนาให้สามารถเติมประจุได้เร็วขึ้น ชาร์จไฟได้ไว้ขึ้น วิ่งได้ไกลขึ้น ในราคาที่ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ จนคนเริ่มเข้าถึงได้ ทุกวันนี้เราสามารถจับจองรถยนต์ไฟฟ้าได้ในราคาเริ่มต้นที่ 350,000 บาท แน่นอนว่ามันอาจจะไม่ได้วิ่งได้ไกลถึงเชียงใหม่ แต่อย่างน้อยในระยะ 100 กว่ากิโลสามารถทำได้ดี

แต่รถยนต์ไฟฟ้าที่วิ่งได้ไกลก็มีเหมือนกัน อย่างค่ายยุโรปค่ายหรูแห่งหนึ่ง ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ชาร์จทีเดียว แต่วิ่งได้ไกลถึง 700 กิโล กลายเป็นว่าไม่ว่าจะเป็นค่ายรถกลุ่มไหนก็เริ่มหันมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และในอนาคตอาจจะมีเซลล์พลังงานอื่น ๆ เข้ามาทดแทนอีกก็ได้ และจะเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิมมาก

ในอนาคตเราอาจจะมีรถยนต์พลังงานไฮโดรเจน ซึ่งจริง ๆ ก็ใกล้จะมาแล้ว เป็นการร่วมมือระหว่าง BMW กับ Toyota หรือเราอาจจะมีรถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ในอนาคตก็ได้ ซึ่งของพวกนี้มันมาแน่ ๆ แต่จะมาเร็วมาช้าอยู่ที่การขับเคลื่อนทางเทคโนโลยีที่จะทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกซื้อหามาครอบครองมากขึ้นนั่นเองครับ

Editors%2 Fimages%2 F1663133508540 Photo 2022 08 19 16 59 39

  • ปัจจุบันใช้รถอะไร / ทำไมถึงเลือกใช้

ปัจจุบันผมขับ Nisson Almera ปี 2021 ครับ ถามว่าทำไมถึงใช้ คือผมขับรถมาแทบจะทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น Eco Car หรือรถยุโรป แต่การที่ผมเลือกที่จะซื้อรถคันนี้เพราะว่า 1. ความคุ้มค่าในเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานที่พอเหมาะพอดี ตอบสนองต่อการใช้งานในชีวิตจริง 2. ความประหยัด อาจจะเป็นโชคดีของผมก็ได้ที่รถคันนี้ซื้อมาในตอนที่ราคาน้ำมันปีที่แล้วอยู่ที่ 25-28 บาทเอง แต่มาปีนี้โดนราคาน้ำมันกันไปสูงสุดเกือบ 45 บาทสำหรับแก๊สโซฮอล 91 แต่ผมได้รับผลกระทบในเรื่องของราคาน้ำมันที่ค่อนข้างน้อย เพราะถังน้ำมันไม่ได้ใหญ่มาก ถ้าเติมเต็มถังตอนนี้ก็ประมาณ 1,100 บาท แต่ผมสามารถขับรถในระยะทาง 600 กิโลเมตรเพื่อกลับต่างจังหวัดได้โดยที่น้ำมันยังเหลือ เป็นข้อพิสูจน์ได้เลยว่าประหยัดน้ำมันจริง ๆ ในขณะที่รถ Mercedes Benz ของคุณแม่ผม ถังนึงเติม 2,500 บาทยังไม่พอเลย

บวกกับทุกวันนี้เทรนด์ของการใช้รถที่ Eco Car มากขึ้นด้วย เพราะราคาถูก ภาษีถูก และค่าบำรุงรักษาไม่สูงมาก เพราะก่อนหน้านี้เคยขับ BMW มาก่อน เข้าศูนย์ ฯ ที่ก็จุก แทบจะอยากขายรถทิ้งเลยทีเดียว แต่คันนี้เข้าศูนย์ ฯ ทีก็ประมาณ 2,000 กว่าบาท ปีนึงค่าซ่อมบำรุงไม่ถึงหมื่นหรือหมื่นนิด ๆ อีกอย่างเค้าก็พาเราไปไหนมาไหนได้เหมือนกัน ก็เลยเลือกคันนี้เพราะฟังก์ชันการใช้งานล้วน ๆ จริง ๆ ครับ

Editors%2 Fimages%2 F1663133531824 Photo 2022 08 19 16 59 29

  • คิดว่า Eco Car มีจุดเด่นหรือมีความแตกต่างจากรถประเภทอื่นอย่างไรบ้าง

ผมว่าถ้าเป็นในมุมผู้บริโภคทั่วไปก็คงมองเรื่องความประหยัด และราคาที่ไม่แพงเกินเอื้อมถึงครับ เพราะราคาเป็นปัจจัยที่ทำให้คนตัดสินใจซื้อรถเป็นอย่างแรก จากนั้นก็จะเป็นเรื่องของยี่ห้อ ดีไซน์ และความคุ้มค่าตามมา เพราะว่าเรื่องของรถยนต์เป็นภาระผูกพันกับเรานานประมาณ 5-7 ปี ผมเลยมองเรื่องของความคุ้มค่าด้านราคาเป็นปัจจัยแรก 

ข้อสองจะเป็นเรื่องของความประหยัดน้ำมัน เพราะรถ Eco Car มีระบบหัวฉีดที่เป็นเครื่องเทอร์โบ เครื่องขนาดเท่ากับ 1500 CC แต่ของผมเครื่องแค่ 1000 เดียว แต่ให้สปีดเท่าเครื่อง 1500 CC หรือ 1200 CC เลย ในขณะที่อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันน้อยกว่า มันเลยทำให้เรารู้สึกว่ามันประหยัดและคุ้มค่ากับการใช้งาน เมื่อเปรียบเทียบกับรถในกลุ่มเดียวกัน อย่างบางค่ายเป็นรถรุ่นใหม่ แต่ยังใช้เครื่องเบนซิน 1500 CC อยู่ ความประหยัดจะแตกต่างกันเลย นี่คืออีกปัจจัยนึงที่ทำให้คนรู้สึกว่าซื้อแล้วคุ้มค่ามากกว่า 

ส่วนข้อสามผมเชื่อว่ารถ Eco Car เป็น First Car หรือ Second Car ของใครหลาย ๆ คน การที่เราซื้อ Eco Car ก่อนก็เหมือนกับว่าเราได้ทั้งทดลองขับ และทดลองวางแผนทางการเงิน เพราะการที่เราเพิ่งเริ่มทำงานมาได้ไม่กี่ปี รายได้อาจจะไม่ได้สูงมาก เงินเก็บอาจจะยังไม่เยอะเท่าไหร่ การเลือกขับ Eco Car ก่อนก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี หากในอนาคตเรามีรายได้มากขึ้น ก็สามารถขายต่อได้ง่ายครับ

Editors%2 Fimages%2 F1663133562629 Photo 2022 08 19 16 59 08

  • คนทั่วไปมักจะคิดว่า CEO ต้องขับรถแพง ๆ สำหรับคุณมีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

สำหรับตัวผมเองผมมองว่ารถมีไว้ใช้ มีไว้พาเราไปทำงาน การที่มีรถหรูดูดีมันก็ดี เพราะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับคนที่เป็นนักธุรกิจ แต่ผมมองว่าหรูแล้วยังไง ถ้ามีแล้วเป็นภาระ เพราะอย่าลืมว่ารถยุโรปมีค่าซ่อมบำรุงที่ค่อนข้างสูง แต่การขับรถหรูก็ไม่ได้ผิด ขึ้นอยู่กับรูปแบบของธุรกิจหรือตัวบุคคลว่ามีไลฟ์สไตล์หรือความชอบแบบไหนครับ

ส่วนตัวผมในฐานะที่เราเป็นคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจ การเลือกใช้รถ Eco Car ที่มีสมรรถนะที่ดีตามมาตรฐาน สามารถพาเราไปไหนมาไหนได้ มีดีไซน์ที่สวยงามประมาณนึง แล้วก็มีความประหยัดและคุ้มค่า มันเป็นอะไรที่ทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ

แต่ถ้าวันนึงธุรกิจผมเติบโตมากขึ้น ก็อาจจะขยับไปซื้อรถยุโรปก็ได้ แต่สำหรับผมในวันนี้ รถที่ดีคือรถที่ใช้แล้วรู้สึกคุ้มค่าที่สุด ไม่ได้ซีเรียสว่าจะต้องเป็นยี่ห้ออะไร และต้องไม่เป็นภาระของเราทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และที่สำคัญต้องช่วยหาเงินได้ครับ

Editors%2 Fimages%2 F1663133602018 Black Sport Coupe Car Drive Highway

  • รถในฝันคืออะไร ทำไมถึงชอบรุ่นนี้

รถในฝันของผมจะเป็น Maserati กับ Bentley ครับ เพราะชอบรถที่มีความเรียบหรู ดูดี แต่ก็ยังดูใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง มีความปลอดภัยในสมรรถนะสูง และมีภาพลักษณ์ที่ดีครับ

  • สุดท้ายนี้ อยากฝากบอกหรือแนะนำอะไรถึงคนที่กำลังเลือกซื้อรถคันแรกบ้าง

ถ้าจะให้แนะนำข้อแรกก็คือดูเงินที่คุณใช้จ่ายระหว่างเดือนให้ดี เงินดาวน์ทุกคนหามาได้ โดยเฉพาะดาวน์สูง ๆ ยังไงไฟแนนซ์ก็ผ่าน แต่ทีนี้คุณต้องดูในเรื่องของวินัยการเงินของคุณด้วยว่าใน 1 เดือนคุณมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ เพราะการมีรถไม่ได้จบแค่ค่าผ่อน ไหนจะค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง เปลี่ยนอะไหล่ เช็กสภาพตามระยะ บอกเลยว่ามีค่าใช้จ่ายแฝงเยอะมาก ๆ เพราะฉะนั้นคุณจะต้องดูว่าคุณจะมีกำลังทรัพย์มากเพียงพอไหมในการดูแลรักษา ไม่ใช่แค่จ่ายค่าผ่อน ค่าเติมน้ำมัน

ข้อสองอย่าซื้อรถเพียงเพราะอยากยกระดับฐานะตัวเอง ให้ซื้อเพราะจำเป็นจริง ๆ 

ข้อสามให้มองรถว่าเป็นรถ อย่ามองว่าเป็นสินทรัพย์เพื่อการสร้างภาพลักษณ์ เพราะถ้าคิดแบบนั้นแน่นอนว่าก็ต้องซื้อรถยุโรป ซึ่งก็ต้องย้อนถามอีกว่ามีเงินเหลือเพียงพอในการดูแลรักษาไหม 

แล้วก็หากเป็นไปได้ในเดือน ๆ นึง คุณต้องรู้ว่าการได้รถมาอยู่กับคุณ คุณสามารถสร้างรายได้จากรถได้ไหม เพื่อใช้รถเลี้ยงตัวเอง โดยไม่ต้องไปยุ่งกับกระเป๋าเงินที่เป็นเงินเดือน ถ้าทำได้การมีรถจะสบายมาก เบาค่าใช้จ่ายไปได้เยอะเลย 

สุดท้ายนี้ อยากให้ทุกคนประมาณตัวเองว่า การมีรถนั้นสร้างความสะดวกสบายให้เราก็จริง แต่อย่าลืมว่าพอมีแล้วก็อยากจะไปนั่นนี่ มีค่าใช้จ่ายแฝง ตอนแรกที่ไม่มีรถก็จะตัดความอยากไปได้ แต่ถ้าคิดจะมีแล้วก็ต้องบริหารจัดการเงินให้ดี เพราะรถ = ลด ต้องเปลี่ยนให้รถ = รวยให้ได้ แล้วการมีรถจะไม่เป็นภาระอันหนักอึ้งของคุณครับ

รับสิทธิ์ประเมินราคารถฟรีวันนี้!

อ่านเพิ่มเติม: เงินเดือน 15000 รายได้น้อย ซื้อรถได้ไหม?


ต้องการ ราคาประเมินรถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…

0 ความคิดเห็น