
รีวิว MG S5 EV รถไฟฟ้า B-SUV ทรงยอดนิยม ไม่ได้ดีไปซะหมดแต่ถูกจริตคนไทย 100%
จุดที่ต้องชื่นชม
- มีครบทั้งความ กว้าง จุคนครบ ในราคาที่รู้สึกว่า “คุ้มค่า”
- รุ่น V+ ให้คุ้มที่สุด เพิ่มระยะ เพิ่มความแรง
- ช่วงล่างหนึบ ขับขี่มั่นใจ
ข้อดี
- ก้านเกียร์และหน้าจอกลางที่ปรับปรุงใหม่ ทำให้ใช้งานรถได้ง่ายขึ้นจริง
- พื้นที่ภายในทำให้รู้สึกกว้างสบาย ไม่อึดอัด
- ศูนย์บริการและอะไหล่ไว้ใจได้
ข้อสังเกตุ
- ฟังก์ชั่นเกี่ยวกับการล็อค/ปลดล็อคประตูไม่ค่อยล้ำสมัยเท่าไรนัก
- งานดีไซน์ภายในที่ไม่ได้มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ
- เป็นรถขับหลัง (RWD) ที่ไม่ได้มีช่องเก็บสัมภาระใต้ฝากระโปรงหน้ามาให้
พัฒนาต่อยอดจากพื้นฐานการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมของ MG4 สู่ MG S5 EV ทำให้ยังได้กลิ่นอายการควมคุมรถที่ “แน่น” พร้อมความแรงที่กำลังขับสนุกยิ่งกว่าในรุ่น V+
สำหรับในรุ่น D+ และ X+ ที่จะได้มอเตอร์ขนาด 170 แรงม้า (125 kW) ที่ให้การขับขี่นุ่มนวล จากการต้องแบกบอดี้รถขนาดใหญ่ ส่วนรุ่น V+ จัดเต็ม 245 แรงม้า (180 kW) เพิ่มมิติความแรงขึ้นไปอีกสเต็ปสำหรับพ่อบ้านที่ส่งลูกไปโรงเรียนเสร็จแล้วอยากจะซิ่งไปทำงานต่ออย่างเต็มกำลัง พร้อมแรงบิดที่มากกว่ารุ่นอื่นๆที่ 350 นิวตันเมตร (รุ่นย่อยอื่นๆ 250 นิวตันเมตร)
ทั้งนี้ เมื่อนำไปขับขี่ข้ามจังหวัดแล้วพบว่ามอเตอร์ที่ทรงพลังกว่าของรุ่น V+ นั้น เหมาะกับการทำความเร็วบนไฮเวย์ดีมากๆ ทั้งการเร่งแซงที่ดีกว่า ทำให้มั่นใจมากขึ้นเมื่อต้องขับขี่ร่วมกับเพื่อนร่วมถนนคันอื่นๆ
แม้จะเป็นรุ่นมอเตอร์ขับหลัง แต่พื้นที่ใต้ฝากระโปรงหน้าก็ใช่ว่าจะมีพื้นที่สำหรับช่องเก็บสัมภาระเพิ่มเติมแต่อย่างใด ด้วยพื้นที่ทั้งหมดถูกบริหารจัดการให้ไปอยู่ในตัวถังเสียหมด ดังนั้นพื้นที่ด้านหน้านี้คือพื้นที่สำหรับการเซอร์วิสรถที่ง่ายดาย ไม่ต้องไปเปิดฝาลับที่จุดอื่นๆในรถให้วุ่นวาย
นอกจากนี้ยังมีเหตุผลด้านความปลอดภัย ที่บริเวณหน้าเครื่องจะทำหน้าที่เป็น “เขตยุบตัว” เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทำให้คนนั่งบนรถจะปลอดภัยได้มากขึ้นด้วยเมื่อเขานำอุปกรณ์และคานเหล็กอาาอัดกันไว้ด้านหน้า
จุดเด่นที่ทำให้ถูกใจการใช้งานแบบไทยๆมากที่สุดเลยคือเรื่องของความกว้างขวางนี่แหละ ด้วยมิติความยาว x กว้าง x สูง ที่ 4,476 x 1,849 x 1,621 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,730 มิลลิเมตร ที่แทบจะกระโดดไปเป็น C-SUV อยู่แล้ว
ดังนั้นการนั่งโดยสารบนรถที่ไม่ว่าจะตำแหน่งไหนก็เพียงพอที่จะทำให้รู้สึกถึงความโล่งสบายได้จริง พื้นที่ด้านหลังเหลือให้ไขว่ห้างได้สบาย รวมถึงการขึ้น/ลงรถเองก็ทำได้ง่าย ยิ่งบ้านไหนที่กำลังหารถสำหรับการขับขี่พาผู้ใหญ่ในบ้านไปเที่ยวที่ไหนยิ่งสะดวก
ดีไซน์ด้านหลังยังคงกลิ่นความสปอร์ตแฮทช์แบ็คจาก MG4 อย่างชัดเจน มาพร้อมไฟท้ายพาดยาวเส้นเดี่ยว ช่วยถูกจริตคนเอเชียไปอีกขั้น พร้อมตำแหน่งฝาชาร์จด้านซ้าย คล้ายฝาถังน้ำมัน
ใดๆคือ MG S5 EV นี่ได้สเป็กการชาร์จที่โหดมากนะ โดยเฉพาะรุ่นท็อป V+ ที่รองรับการชาร์จ DC สูงสุดถึง 150kW ชาร์จ 10-80% ได้ในเวลาไม่ถึง 26 นาที จากแบตเตอรี่ขนาด 62.2kWh ที่สามารถวิ่งไกลได้สุงสุดกว่า 550 กม. (NEDC)
ส่วนรุ่น D+ และ X+ นั้นได้แบตฯ 50.3 kWh ชาร์จ DC ที่ 88kW (10-80% ใน 35 นาที) กับระยะทางวิ่งที่ 416 กม.
หมายเหตุ*: รถที่ Motorist ได้มาทดสอบครั้งนี้เป็นรถทดสอบจากโรงงานจึงอาจมีบางพาร์ทประกอบไม่เรียบร้อย (เช่นไอน้ำที่เกาะดังภาพ) ซึ่งยังไม่พบเคสที่ลูกค้ารายงานปัญหาเรื่องการประกอบนะครับ
ด้วย DNA ความสปอร์ตมาแต่ไหนแต่ไร ภายในของ MG S5 EV จึงยังไว้ลายเส้นสายสไตล์สปอร์ตอยู่เนืองๆ แม้รุ่นไมเนอร์เชนจ์ของปี 2026 นี้จะจัดวางภายในใหม่ให้มินิมอลขึ้นมาแล้วก็ตามที
อัปเดตสำหรับปี 2026 นั้นจะเกิดขึ้นในรุ่น X+ และ V+ เท่านั้น โดยจะได้อัปเกรดหน้าจอคอนโซลกลางใหม่ขนาด 15.6 นิ้ว “ใหญ่เบิ้ม” เน้นการสั่งการภายในจอกว่า 80% โดยซ่อนการสั่งการแบบ “Gesture Control” ช่วยให้ปรับแอรืได้ง่ายขึ้น สำหรับประเทศอากาศร้อนแบบบ้านเรา
ส่วนเกียร์ปุ่มหมุนก็ขยับไปใส่เป็นเเกียร์ก้านอยู่บริเวณหลังพวงมาลัยฝั่งขวา (เฉพาะรุ่น X+, V+) ทำให้การสั่งการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ง่ายขึ้นมาก โดยเฉพาะจังหวะสาวพวงมาลัยถอยจอด
ทั้งนี้ มีเฉพาะรุ่นท็อป V+ เท่านั้นที่จะได้แท่นชาร์จไร้สายมาให้นะจ๊ะ
หลังคา Panoramic Sunroof เฉพาะในรุ่น X+ และ V+ ที่จะช่วยเพิ่มสุนทรียภาพในการโดยสารให้กับผู้โดยสารภายในรถ (โดยเฉพาะเด็กๆ) หรือการนำรถไปตั้งแคมป์นอนเปิดแอร์ดูดาวก็ทำได้
ความจุ 453 ลิตรหลังรถก็จุใจไม่แพ้บริเวณห้องโดยสาร พร้อมขยับพาร์ทิชั่นได้ 2 แบบ และเมื่อพับเบาะหลังเรียบได้ด้วยก็จะได้ความจุที่ 1,441 ลิตร
จุดเดียวเลยที่รู้สึก “เอ๊ะ” คือบริเวณมือจับเปิดประตูที่ยังไม่ได้มีฟังก์ชั่นช่วยปลดล็อคอัตโนมัติ หรือแม้กระทั่งการปลดล็อคเมื่อเอามือสอดเข้าไปในประตูก็ตาม ..ยังต้องเอานิ้วกด.. ที่ปุ่มล็อคบริเวณมือจับ 2 ฝั่งผู้โดยสารตอนหน้าเท่านั้น ทำให้บางจังหวะถือของเต็มไม้เต็มมืออาจะไม่สะดวกเท่าไรนัก

ด้วยความครบเครื่อง ได้ “ติ๊กถูก” ในหลายๆโจทย์ของค่านิยมการเลือกรถของคนไทย เช่น พื้นที่กว้าง, นั่งได้ทั้งครอบครัว, ใช้เดินทางไกลได้, มีเทคโนโลยีรอบคัน, สวยงาม และ “ศูนย์บริการกับอะไหล่ที่ไว้ใจได้” จึงทำให้ MG S5 EV นั้นกลายเป็นรถเบอร์ต้นๆ ที่คนไทยจะเลือกซื้อ เมื่อต้องการรถ EV ที่คุ้มค่าจริงสักคนเข้ามาตอบโจทย์ชีวิต
ส่วนเรื่องราคานั้นก็ถือว่าทำได้น่าสนใจ ไม่ได้ถูกจนน่ากลัว ไม่เสียแบรนด์ และยังไม่แพงจนรู้สึกว่าไม่คุ้มเม็ดเงิน พร้อมนโยบาย EV 3.5 จากภาครัฐ
- รุ่นเริ่มต้น D+ : 649,900 บาท
- รุ่นกลางเน้นคุ้มค่า X+ : 759,900 บาท
- ร่นท็อป แรง วิ่งไกล V+ : 849,900 บาท
Author's Note – ถือว่า MG ในยุคหลังจากการบุกตลาดรถไฟฟ้า 100% นั้น ทำรถออกมาได้ “เข้าตา” มากขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งมีศูนย์บริการ + อะไหล่ที่ไม่ต้องรอนาน ทำธุรกิจในไทยมาตั้งแต่ยุคก่อนไฟฟ้า จึงทำให้ลูกค้าหลายคนช่วยกันเชียร์ให้เป็นหนึ่งในแบรนด์รถไฟฟ้าที่ไว้ใจเรื่องอะไหล่ได้มากที่สุดอีกแบรนด์เลยครับ
ข้อมูลทางเทคนิค: MG S5 EV V+ | ||
|---|---|---|
ราคา (ณ วันที่เผยแพร่บทความ): ฿849,900 |
ระบบขับเคลื่อน: RWD |
|
มอเตอร์: Permanent Magnet Synchronous Motor |
การชาร์จ: 150kW DC, 6.6kW AC |
แรงม้า & แรงบิด: 180kW (145 PS) & 350 Nm |
ระบบส่งกำลัง: Single-speed |
ระยะทางวิ่งสูงสุด: 550 กม/ ชาร์จ (NEDC) |
อัตราสิ้นเปลือง: 17.1 kWh / 100 กม. |
0-100 กม/ชม: 6.8 วินาที |
ความเร็วสุงสุด: 170 กม./ชม. |
ความจุแบตเตอรี่: 62.2 kWh |
|
มิติรถ (ยาว x กว้าง x สูง):
4,476 x 1,849 x 1,621 มม.
|
ระยะฐานล้อ: 2,730 มม.
|
ความจุสัมสภาระท้าย: 453 ลิตร (1,441 ลิตร) |
รับสิทธิ์ประเมินราคารถฟรีวันนี้!
ต้องการ ประเมินราคารถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…