แบตเตอรี่รถหมด: วิธีป้องกันและการเลือกซื้อแบตใหม่ที่คุ้มค่า

เผยแพร่โดย เมื่อ

Editors%2 Fimages%2 F1769745937347 1769745937347

(เครดิตรูปภาพ: freepik)


ปัญหา แบตเตอรี่รถหมด เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้รถสตาร์ทไม่ติดและสร้างความยุ่งยากให้ผู้ใช้รถในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่เร่งรีบหรือเวลาจำเป็นต้องเดินทางด่วน หลายคนมองว่าแบตเตอรี่เป็นเพียงอะไหล่ชิ้นเล็ก ๆ แต่ความจริงแล้วแบตเตอรี่คือหัวใจของระบบไฟฟ้าทั้งคัน หากดูแลไม่ดี อาจนำไปสู่ปัญหาอื่นตามมาได้ ในบทความนี้ Motorist จะมาแนะนำตั้งแต่สัญญาณเตือน สาเหตุ วิธีป้องกัน ไปจนถึงการเลือกซื้อแบตเตอรี่ใหม่ให้คุ้มค่าและเหมาะกับการใช้งานให้กับคุณเอง!

สัญญาณเตือนว่าแบตเตอรี่รถใกล้หมด

ก่อนที่แบตเตอรี่จะหมดสนิท รถมักจะแสดงอาการบางอย่างให้สังเกตได้ เช่น สตาร์ทรถติดยาก เครื่องยนต์หมุนช้ากว่าปกติ ไฟหน้าหรือไฟในห้องโดยสารหรี่ลง เสียงแตรเบาลง หรือมีไฟเตือนรูปแบตเตอรี่ขึ้นบนหน้าปัด หากพบอาการเหล่านี้บ่อยครั้ง ถือเป็นสัญญาณว่าควรเริ่มตรวจเช็กแบตเตอรี่ได้แล้วนั่นเอง

สาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่รถหมดหรือเสื่อมเร็ว

แบตเตอรี่รถยนต์มีอายุการใช้งานจำกัด โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1.5–3 ปี ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน ปัจจัยที่ทำให้แบตเสื่อมเร็ว ได้แก่ การลืมปิดไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า การขับรถระยะสั้นบ่อยๆ จนแบตไม่ได้รับการชาร์จเต็ม ระบบไดชาร์จทำงานผิดปกติ รวมถึงขั้วแบตเตอรี่ที่หลวมหรือมีคราบขี้เกลือสะสม นอกจากนี้ สภาพอากาศร้อนยังเป็นตัวเร่งให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้นอีกด้วย

แบตเตอรี่รถหมดกลางทาง ควรทำอย่างไร

หากแบตเตอรี่หมดกะทันหัน สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ควรปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดเพื่อลดการใช้พลังงาน จากนั้นสามารถใช้สายพ่วงแบตเตอรี่จากรถคันอื่น หรือเรียกบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากประกันรถยนต์ หากอยู่บนถนนใหญ่ ไม่ควรเข็นรถเอง เพราะอาจเกิดอันตรายได้

วิธีป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่รถหมด

การป้องกันแบตเตอรี่หมดสามารถทำได้ไม่ยาก เพียงใช้งานรถอย่างสม่ำเสมอ หมั่นสตาร์ทรถและขับให้ระบบชาร์จไฟทำงาน ตรวจเช็กขั้วแบตเตอรี่ให้อยู่ในสภาพแน่นและสะอาด ปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกครั้งก่อนดับเครื่อง และหลีกเลี่ยงการติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่ใช้ไฟมากเกินความจำเป็น การดูแลเล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว!

วิธีเลือกซื้อแบตเตอรี่รถใหม่ให้คุ้มค่า

เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ ควรเลือกให้เหมาะกับสเปกรถเป็นอันดับแรก ทั้งขนาดและค่าแอมป์ จากนั้นพิจารณาประเภทแบตเตอรี่ เช่น แบตน้ำที่ราคาถูกแต่ต้องดูแลบ่อย หรือแบตเตอรี่แบบแห้งและแบบ MF ที่ดูแลง่ายและเป็นที่นิยมในปัจจุบัน อย่าลืมตรวจสอบวันผลิต เลือกแบตที่ใหม่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเลือกแบรนด์ที่มีการรับประกันและบริการหลังการขายที่น่าเชื่อถือด้วยล่ะ

สรุป

แบตเตอรี่รถหมดอาจเป็นปัญหาที่ดูเล็กน้อย แต่ส่งผลต่อการใช้งานรถอย่างมาก การรู้จักสังเกตสัญญาณเตือน ดูแลแบตเตอรี่อย่างถูกวิธี และเลือกซื้อแบตเตอรี่ใหม่ให้เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงรถเสียกะทันหัน ประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความมั่นใจทุกครั้งที่ต้องเดินทางนั่นเอง!

รับสิทธิ์ประเมินราคารถฟรีวันนี้!

อ่านเพิ่มเติม: รับซื้อรถยนต์มือสอง ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ให้ราคาสูง ภายใน 24 ชั่วโมง


ต้องการ ราคาประเมินรถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…

0 ความคิดเห็น