ขายรถติดไฟแนนซ์: แก้ปัญหาและดำเนินการอย่างไรให้ถูกต้อง (ฉบับปี 2026)

เผยแพร่โดย เมื่อ

Editors%2 Fimages%2 F1770101303002 1770101303002

(เครดิตรูปภาพ: freepik)


หนึ่งในความเข้าใจผิดที่อันตรายที่สุดของคนมีรถคือความคิดที่ว่า "รถเป็นของเรา เราจะขายให้ใครก็ได้" ในความเป็นจริงทางกฎหมาย ตราบใดที่ยังผ่อนชำระค่างวดไม่ครบถ้วน กรรมสิทธิ์ในตัวรถยังคงเป็นของ "บริษัทไฟแนนซ์หรือธนาคาร" ส่วนผู้ขับขี่เป็นเพียง "ผู้เช่าซื้อ" เท่านั้น

การนำรถที่ติดไฟแนนซ์ไปขายต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ ถือเป็นความผิดทางอาญาฐาน ยักยอกทรัพย์ บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนการขายรถติดไฟแนนซ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อป้องกันปัญหาหนี้สินและคดีความที่อาจตามมา

ทำความเข้าใจสถานะเจ้าของรถ

ตราบใดที่เล่มทะเบียนรถ (เล่มฟ้า) ยังอยู่กับธนาคาร ผู้เช่าซื้อไม่มีสิทธิ์นำรถไปโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมการขนส่งทางบกได้ การซื้อขายใด ๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่ผ่านธนาคารจึงเป็นโมฆะและเสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย การดำเนินการที่ถูกต้องมีเพียง 2 วิธีหลัก ดังนี้

วิธีที่ 1: การปิดบัญชี (ขายเงินสด)

วิธีนี้เหมาะสำหรับกรณีที่ผู้ซื้อต้องการจ่ายเงินก้อน หรือผู้ขายต้องการนำเงินจากการขายมาโปะหนี้ทั้งหมดให้จบไป

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. ตรวจสอบยอดปิดบัญชี: ติดต่อสถาบันการเงินเพื่อขอทราบยอดหนี้คงเหลือทั้งหมด (โดยปกติธนาคารจะลดดอกเบี้ยส่วนที่เหลือให้ประมาณ 50% ตามกฎหมาย)
  2. เปรียบเทียบกับราคาขาย:
    • กรณีกำไร (Positive Equity): หากราคาขาย สูงกว่า ยอดหนี้ (เช่น ขายได้ 500,000 บาท หนี้เหลือ 300,000 บาท) ผู้ขายจะได้รับเงินส่วนต่าง 200,000 บาท
    • กรณีขาดทุน (Negative Equity): หากราคาขาย ต่ำกว่า ยอดหนี้ (เช่น ขายได้ 400,000 บาท หนี้เหลือ 500,000 บาท) ผู้ขายต้องหาเงินสด 100,000 บาท มาจ่ายสมทบ ให้ธนาคาร เพื่อให้สามารถปิดบัญชีและนำเล่มทะเบียนออกมาได้
  3. การโอนกรรมสิทธิ์: เมื่อชำระหนี้ครบถ้วน ธนาคารจะดำเนินการส่งมอบเล่มทะเบียนและชุดโอนภายใน 7-14 วัน เพื่อนำไปโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อผู้ซื้อที่กรมการขนส่งทางบก
วิธีที่ 2: การเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อ (ขายดาวน์เปลี่ยนสัญญา)

วิธีนี้คือการโอนสิทธิ์การเป็น "ผู้เช่าซื้อ" ไปให้บุคคลอื่นรับช่วงผ่อนชำระต่อ เหมาะสำหรับกรณีที่ยอดหนี้ยังเหลือเยอะ หรือขายเงินสดแล้วขาดทุนมากเกินไป

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. ตรวจสอบเงื่อนไข: รถยนต์ต้องผ่อนชำระมาแล้วระยะหนึ่ง (ส่วนใหญ่ธนาคารกำหนดขั้นต่ำ 1 ปี หรือ 12 งวด) และต้องไม่มียอดค้างชำระ
  2. คัดกรองผู้เช่าซื้อคนใหม่: ผู้มารับช่วงต่อต้องมีเครดิตดี มีเอกสารแสดงรายได้ชัดเจนเหมือนการยื่นกู้ซื้อรถใหม่
  3. ยื่นเรื่องที่ธนาคาร: ทั้งผู้เช่าซื้อเดิมและใหม่ต้องไปดำเนินการที่สาขาของธนาคารเพื่อเซ็นสัญญาโอนสิทธิ์
  4. ค่าใช้จ่าย: ผู้ยื่นเรื่องต้องเตรียมค่าธรรมเนียมการโอนสิทธิ์ (ประมาณ 1,500 - 4,000 บาท), ค่างวดล่วงหน้า (1-2 งวด ตามเงื่อนไขธนาคาร) และค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ใหม่
  5. ผลทางกฎหมาย: เมื่อธนาคารอนุมัติ ชื่อลูกหนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นคนใหม่ทันที ผู้ขายเดิมจึงจะหลุดพ้นจากภาระหนี้อย่างสมบูรณ์
สิ่งที่ "ห้ามทำ" เด็ดขาด: การขายดาวน์ลอย

การขายดาวน์ลอย คือการรับเงินก้อนจากผู้ซื้อและส่งมอบรถให้ไปใช้ โดยทำเพียงสัญญาใจหรือสัญญาซื้อขายกันเองว่าจะผ่อนต่อในชื่อเดิม โดยไม่เปลี่ยนสัญญาที่ไฟแนนซ์

ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น:

  1. ถูกฟ้องยักยอกทรัพย์: หากไฟแนนซ์ตรวจสอบพบว่ารถไม่ได้อยู่กับผู้เช่าซื้อ
  2. หนี้สินไม่จบสิ้น: หากผู้ซื้อคนใหม่ไม่ผ่อน ธนาคารจะติดตามทวงหนี้และฟ้องร้องเอาผิดกับ "ชื่อของคุณ" เท่านั้น
  3. รับโทษทางอาญา: หากรถถูกนำไปใช้กระทำความผิด เช่น ขนยาเสพติด ตำรวจจะดำเนินคดีกับเจ้าของชื่อเป็นคนแรก
บทสรุป

การขายรถติดไฟแนนซ์ต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและโปร่งใสผ่านสถาบันการเงินเท่านั้น การเลือกใช้วิธีลัดอาจนำมาซึ่งปัญหาหนี้สินและคดีความที่แก้ไขยากในภายหลัง

อยากรู้ว่ารถของคุณจะขายได้เท่าไหร่? สามารถส่งข้อมูลรถมาประเมินราคากับ Motorist Thailand ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เราจะช่วยตรวจสอบราคารับซื้อจริง เพื่อให้คุณวางแผนได้ว่าควรเลือกปิดบัญชีหรือเปลี่ยนสัญญา ถึงจะคุ้มค่าที่สุด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง (Reference Sources)
  1. ข้อกฎหมาย: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ลักษณะเช่าทรัพย์และเช่าซื้อ), ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352
  2. ระเบียบปฏิบัติสถาบันการเงิน: เว็บไซต์ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (Krungsri Auto), เว็บไซต์ธนาคารทิสโก้ (TISCO)

รับสิทธิ์ประเมินราคารถฟรีวันนี้!

อ่านเพิ่มเติม: รับซื้อรถยนต์มือสอง ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ให้ราคาสูง ภายใน 24 ชั่วโมง


ต้องการ ราคาประเมินรถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…

0 ความคิดเห็น