The New BMW Series 7 ใหม่ เผยโฉม World Premiere ครั้งแรกบนแพลตฟอร์ม “Neue Klasse” ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ
พร้อมอัดแน่นเทคโนโลยีสุดล้ำตั้งแต่ระบบขับเคลื่อน ไปจนการออกแบบภายในสุดหรู ตาม DNA ของ BMW พร้อมส่งมอบในยุโรปปลายปี 2569 นี้ ก่อนตามด้วยภูมิภาคอื่นๆทั่วโลก
ไฮไลต์การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
- เป็นรุ่นบุกเบิกในการนำแพล็ตฟอร์ม Neue Klasse มาใช้ในการออกแบบและการวางเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ต่อจาก BMW iX3
- เปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่เจนฯ 6 แบบ Cylindrical Cells ช่วยให้วิ่งไกลขึ้นสูงสุดถึง 727 กม. ในรุ่น i7 50 xDrive
- มาพร้อม BMW Operating System X ระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมการแสดงผล BMW Panoramic Vision บนกระจกหน้า
- World-First Dual-Finish: ครั้งแรกของโลกกับสีตัวถังแบบทูโทนที่ตัดกันระหว่างสีด้าน และสีเมทัลลิกแบบไร้รอยต่อ
ภายในของ BMW i7
ขุมพลังและสมรรถนะ
BMW เปิดตัวด้วยรุ่นขุมพลังไฟฟ้าล้วน ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ “ESM” แทนมอเตอร์แบบ Permanent Magnet ที่ใช้กันทั่วไป เพื่อความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถควบคุมแรงบิดได้อย่างละเอียดมากกว่า โดยเป็นรุ่น i7 3 รุ่น และจะตามด้วยปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อีก 2 รุ่นในช่วงปลายปี 2026
- i7 50 xDrive พละกำลัง 455 แรงม้า แรงบิด 660 Nm ระยะทางวิ่ง 727.4 กม.
- i7 60 xDrive พละกำลัง 544 แรงม้า แรงบิด 745 Nm ระยะทางวิ่ง 725.8 กม.
- i7 M70 xDrive พละกำลัง 680 แรงม้า แรงบิด 1,015 Nm ระยะทางวิ่ง 685.6 กม.
- 750e xDrive (PHEV) พละกำลัง 489 แรงม้า แรงบิด 700 Nm ระยะวิ่งไฟฟ้าล้วน 80.5 กม.
- M760e xDrive (PHEV) พละกำลัง 612 แรงม้า แรงบิด 800 Nm ระยะวิ่งไฟฟ้าล้วน 78.9 กม.
เทคโนโลยี และระบบช่วยขับขี่
ด้วยความเป็นรถซีดานหรูรุ่นเรือธงของ BMW พร้อมสร้างอยู่บนแพล็ตฟอร์ม Neue Klasse ทำให้ BMW ซีรี่ย์ 7 ใหม่นี้ มาพร้อมงานออกแบบภายในที่เรียกได้ว่าเป็น "Digital Lounge" ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นล้ำสมัยมากมาย :
- BMW Panoramic Vision: ฉายข้อมูลสำคัญลงบนส่วนล่างของกระจกหน้ารถตลอดแนวความกว้าง ทำให้ไม่ต้องละสายตาจากถนน
- Passenger Screen: ติดตั้งจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าเป็นมาตรฐาน (ครั้งแรกของแบรนด์)
- 8K Theatre Screen: จอภาพขนาด 31.3 นิ้วสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง อัปเกรดระบบเสียง Dolby Atmos และรองรับการวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในรถ
- AI Personal Assistant: ทำงานร่วมกับ Amazon Alexa+ สามารถสนทนาโต้ตอบได้เป็นธรรมชาติและช่วยควบคุมฟังก์ชันรถได้เกือบทั้งหมด
ทางด้านการช่วยเหลือการขับขี่ทั้งหมด ก็ได้ระบบต่างๆมาครบ พร้อมเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆลงให้ให้ขับขี่สบายมากขึ้นไปอีกระดับ ทั้ง Adaptive Air Suspension พร้อมระบบควบคุมโช้คอัพอิเล็กทรอนิกส์, รองรับการขับขี่แบบ "ปล่อยมือได้” ที่ความเร็วสูงสุด 130 กม./ชม. , ระบบช่วยขับขี่ในเมืองที่จัดการกับทางแยก วงเวียน และสัญญาณไฟจราจรได้โดยอัตโนมัติ และระบบตรวจสอบสภาพยางด้วย AI ที่แจ้งเตือนความดันและคาดการณ์อายุการใช้งานของดอกยางล่วงหน้าได้
ดีไซน์กระจังหน้าเจนฯใหม่ของ BMW
งานออกแบบภายนอก
เพื่อความแตกต่างอย่างชัดเจนจากเจนฯก่อนหน้านี้ และเพื่อตอกย้ำความล้ำของ Neue Klasse ที่ถูกนำมาใช้กับกลุ่มรถหรูเป็นครั้งแรก สามารถแบ่งรายละเอียดได้ออกเป็น 4 ส่วนสำคัญดังนี้ :
1. ปรับดีไซน์ส่วนหน้าให้ดูสะอาดตา
- กระจังหน้าคู่มาพร้อมไฟเรืองแสง Iconic Glow แต่ปรับสัดส่วนให้ดูเพรียวลงและเป็นแนวตั้งมากขึ้น
- ไฟหน้า 2 ชั้น โดยชั้นบนสุดเป็นเส้นเรียวบางมากสำหรับไฟ Daytime Running และไฟเลี้ยว ส่วนไฟหน้าหลักจะถูกซ่อนอยู่ในแถบสีดำด้านล่างให้ดูกลมกลืนไปกับช่องดักอากาศ จะปรากฏให้เห็นชัดเจนเมื่อเปิดใช้งานเท่านั้น
- มีออปชันพิเศษ ด้วยไฟหน้าคริสตัลจาก Swarovski จำนวน 12 เม็ดต่อข้าง ที่สร้างเอฟเฟกต์ระยิบระยับทั้งในตอนกลางวันและกลางคืน พร้อมแอนิเมชันต้อนรับเมื่อเจ้าของรถเดินเข้าใกล้
2. นวัตกรรมการพ่นสีระดับโลก
- สีทูโทนไร้รอยต่อครั้งแรกของโลก ด้วยการพ่นสีที่ครึ่งล่างเป็น สีด้านและครึ่งบนเป็นสีเมทัลลิก โดยไม่มีขอบนูนหรือรอยต่อให้เห็น
- รถแต่ละคันที่เลือกสี Dual-Finish และใช้แรงงานฝีมือผู้เชี่ยวชาญในการขัดและพ่นสีด้วยมือถึง 50% ของกระบวนการ
- มีการจับคู่สีให้เลือกมากกว่า 500 รูปแบบผ่านโปรแกรม BMW Individual
3. ด้านข้างและด้านหลัง
- มือเปิดประตูแบบเรียบเนียนไปกับตัวถัง พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติที่อัปเกรดเซนเซอร์ ให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้น
- มีการสลักเลข "7" ไว้ที่เสา B เพื่อย้ำเตือนถึงความพิเศษของรุ่นเรือธง
- ไฟท้ายเส้นเรียวยาวลากยาวเต็มความกว้างของส่วนท้ายรถ พร้อมกระจกสี Smoked
4. ชุดแต่ง M Sport และ M Performance (i7 M70)
- อัปเกรดกันชนหน้า-หลังที่มีช่องดักอากาศขนาดใหญ่กว่ารุ่นปกติ
- กระจังหน้า Iconic Glow และขอบคิ้วต่างๆ จะถูกทำให้เป็นสีดำเงา รวมถึงคริสตัลในไฟหน้าจะใช้โทนสีดำรมควัน
- กระจกมองข้างทรง M, ล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้วดีไซน์พิเศษ และดิฟฟิวเซอร์หลังที่ออกแบบมาเพื่อจัดการทิศทางลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง
ถือว่าการเปิดตัว BMW ซีรี่ส์ 7 รุ่นเรือธงในครั้งนี้ จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ให้กับรถยนต์จาก BMW ทั่วโลก รวมถึงการเริ่มนำแพล็ตฟอร์ม Neue Klasse มาใช้กับ 1 ในไลน์อัปหลักของทางค่าย และสำหรับประเทศไทยเองน่าจะมีความเป็นไปได้ที่สูงมากที่เราจะได้เห็นการเปิดตัว ซีรี่ส์ 7 และ i7 ตามมาในประเทศไทย โดยเฉพาะรุ่นท็อป และรุ่นขุมพลัง PHEV ที่กำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ
รับสิทธิ์ประเมินราคารถฟรีวันนี้!
อ่านเพิ่มเติม: รับซื้อรถยนต์มือสอง ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ให้ราคาสูง ภายใน 24 ชั่วโมง
ต้องการ ราคาประเมินรถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…
