เจาะลึกสเปก BYD Denza D9 2026 อัปเกรดใหม่ท้าชน Alphard สเปก MPV ไฟฟ้า 800 กม.

เผยแพร่โดย เมื่อ

Editors%2 Fimages%2 F1774945319442 Charge%2 B Deploys Over 4000 Ev Chargers Across Singapore Marking A New Milestone Feature

BYD Denza D9 เจนเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวโฉมปี 2026 ในประเทศจีน เผยรายละเอียดอัปเดตรอบคัน 

การอัปเกรดครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการปรับโฉมตามวงรอบปกติ แต่เป็นการตอกย้ำทิศทางของ BYD ในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีความเคลื่อนไหวที่เหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน โดยเฉพาะเจ้าตลาดอย่าง Toyota Alphard ที่ครองส่วนแบ่งตลาดมายาวนาน

ดีไซน์ภายนอก: เพิ่มความหรูหรา

การปรับปรุงรูปร่างหน้าตาของ Denza D9 รุ่นปี 2026 เน้นไปที่การยกระดับภาพลักษณ์ให้มีความทันสมัยและดูแพงยิ่งขึ้น กระจังหน้าเปลี่ยนเป็นแพทเทิร์นสีเงินแวววาวที่สื่อถึงความล้ำสมัย พร้อมตัวเลือกสีตัวถังที่หลากหลายถึง 8 แบบ และไฮไลท์สำคัญอย่างสีพรีเมียม “Dark Night Gilded Gold” ที่มาพร้อมโลโก้สีทองอันเป็นเอกลักษณ์

มิติตัวถัง รายละเอียด (มม.)
ความยาว 5,250
ความกว้าง 1,960
ความสูง 1,900
ฐานล้อ 3,110

ระบบขับเคลื่อนและขุมพลัง

หัวใจหลักที่ทำให้ BYD Denza D9 2026 โดดเด่นกว่าใครคือเทคโนโลยี Blade Battery 2.0 ที่มีประสิทธิภาพการเก็บประจุและความปลอดภัยสูงขึ้น โดยมีให้เลือกทั้งระบบ Plug-in Hybrid (DM-i) และ Pure Electric (EV) 

1. รุ่น Pure electric (EV):

  • รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD): มอเตอร์ 340 kW (456 แรงม้า)
  • รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD): มอเตอร์หน้า 340 kW (456 แรงม้า) + มอเตอร์หลัง 70 kW (94 แรงม้า)
  • แบตเตอรี่ Blade Battery 2.0 ขนาด 115 kWh
  • ระยะทางวิ่ง: 800 กม. (FWD) / 750 กม. (AWD)

2. รุ่น Plug-in Hybrid (DM-i):

  • เครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบ พละกำลัง 115 kW
  • มอเตอร์หน้า: 200 kW (268 แรงม้า)
  • มอเตอร์หลัง: 45 kW (60 แรงม้า)
  • แบตเตอรี่ Blade Battery 2.0 ขนาด 66.5 kWh
  • วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้มากกว่า 400 กิโลเมตร  (CLTC) 
  • อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 15.7 กม./ลิตร

สำหรับ Denza D9 ในประเทศไทยนั้น ยังทำตลาดในส่วนขุมพลังไฟฟ้าล้วน (BEV) เพียงอย่างเดียว (รอการอัปเดตอีกครั้งหลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยครับ)

Editors%2 Fimages%2 F1775021048257 Charge%2 B Deploys Over 4000 Ev Chargers Across Singapore Marking A New Milestone 1ภายในใหม่ AI Smart Cockpit

AI Smart Cockpit: ห้องโดยสาร 10 หน้าจอ

ภายในของ Denza D9 2026 ถูกออกแบบใหม่ภายใต้คอนเซปต์ AI Smart Cockpit โดยเปลี่ยนวัสดุจากสีดำเปียโนแบล็กเดิม เป็นไม้แท้ "Ink Cloud Fir" ที่ให้สัมผัสหรูหราและอบอุ่น แต่สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือการติดตั้งหน้าจอรวมกันถึง 10 จุด ทั่วทั้งคันรถ

ตำแหน่งหน้าจอภายในทั้ง 10 จุด:

  • หน้าจอเรือนไมล์ผู้ขับขี่: 10.25 นิ้ว
  • หน้าจอ HUD ฉายข้อมูลบนกระจก: 21 นิ้ว
  • หน้าจอคอนโซลกลาง: 15.6 นิ้ว (ขอบบางรุ่นใหม่)
  • หน้าจอผู้โดยสารด้านหน้า: 15.6 นิ้ว (พับเป็นโต๊ะได้)
  • หน้าจอกลางบนเพดานสำหรับแถวหลัง: 17.3 นิ้ว
  • หน้าจอควบคุมที่เบาะแถวสอง และหน้าจอหลังพนักพิง: รวม 5 จุด

ระบบช่วยขับขี่ God’s Eye 5.0

BYD ได้ติดตั้งระบบ “God’s Eye 5.0” เป็นมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย โดยอาศัยการประมวลผลจากเซนเซอร์ LiDAR 3 ตัว และกล้องรอบคัน 12 ตัว รองรับระบบ NOA (Navigation on Autopilot) ที่ทำงานได้ทั้งบนทางด่วนและในเขตเมือง รวมถึงระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ที่ทำงานได้ที่ความเร็วสูงถึง 120 กม./ชม. ช่วยลดความเสี่ยงจากการขับขี่ได้ในทุกสถานการณ์

ฟังก์ชั่นเพื่อความสบายอื่นๆ

  • ทุกรุ่นย่อยติดตั้งโช้คอัพ DiSus-C แบบวาล์วคู่
  • ระบบป้องกันการเมารถอัจฉริยะ
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพขณะยางระเบิดที่ความเร็วสูง
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพเมื่อมีลมปะทะด้านข้าง
  • เบาะนั่งคู่หน้ามาพร้อมระบบปรับไฟฟ้า ระบบอุ่นเบาะ ระบบระบายอากาศ และฟังก์ชันนวด 
  • เบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถเลือกติดตั้งเบาะ "Zero Pressure Cloud Velvet" ที่มีระบบนวด 16 จุด พร้อมระบบระบายอากาศและระบบอุ่นเบาะ 
  • เบาะนั่งแถวที่ 3 รองรับระบบระบายอากาศ ระบบอุ่นเบาะ และการปรับด้วยไฟฟ้า 
  • เบาะนั่งแถวที่สองยังรองรับการควบคุมผ่านระบบ NFC 
  • โต๊ะพับสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • ชุดเครื่องเสียง Devialet ลำโพง 30 ตำแหน่ง 
  • ตู้แช่อัจฉริยะควบคุมอุณหภูมิขนาด 7.5 ลิตร

สำหรับตลาดประเทศไทย การมาถึงของ Denza D9 2026 รุ่นอัปเกรดนี้ จะช่วยกระตุ้นการแข่งขันในกลุ่ม MPV หรูให้ดุเดือดขึ้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในแง่ของระดับราคาที่มีแนวโน้มจะเข้าถึงได้ง่ายกว่าคู่แข่งจากญี่ปุ่น ทำให้ D9 ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือผู้ท้าชิงที่พร้อมจะโค่นบัลลังก์ MPV ในอนาคตอันใกล้


ต้องการ ประเมินราคารถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…

0 ความคิดเห็น