Honda ประกาศปรับแผนธุรกิจ – รุกหนักพัฒนา Hybrid รุ่นใหม่ ตั้งเป้ากำไรสูงสุดทุบสถิติ

เผยแพร่โดย เมื่อ

Honda CEO Toshihiro Mibe presenting the 2026 Business Briefing with Next-Gen Hybrid Prototypes

Honda ประเทศญี่ปุ่น ประกาศปรับทัพครั้งใหญ่ มุ่งเน้นการพัฒนา Next-gen Hybrid 15 รุ่นภายในปี 2030 พร้อมระงับโครงการ EV และตั้งเป้าทำกำไรสูงสุด 1.4 ล้านล้านเยน 

14 พฤษภาคม 2569 – มร. โทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงของ Honda (Global CEO) แถลงข่าวทิศทางธุรกิจในปี 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยระบุว่า “ฮอนด้าจะให้ความสำคัญกับการปฏิรูปโครงสร้างธุรกิจรถยนต์ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ผ่านการปรับทรัพยากรจากการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มาสู่รถยนต์ไฮบริด (Hybrid) ที่มีความต้องการสูงในปัจจุบัน พร้อมใช้กลยุทธ์ "Triple Half" เพื่อลดต้นทุนและเวลาการพัฒนาลง 50% สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งก่อนจะก้าวเข้าสู่ยุค EV เต็มตัวในอนาคต”

Key Highlights: ประเด็นสำคัญจากการแถลงกลยุทธ์

  • เตรียมเปิดตัวรถยนต์ Next-gen Hybrid ทั้งหมด 15 รุ่นทั่วโลกภายในปีงบประมาณ 2030
  • ตั้งเป้าผลกำไรจากการดำเนินงานมากกว่า 1.4 ล้านล้านเยน ในปี 2029 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของบริษัท
  • ประกาศระงับโครงการ EV ในแคนาดาอย่างไม่มีกำหนด เพื่อทบทวนกลยุทธ์การจัดซื้อใหม่
  • กลยุทธ์ Triple Half – มุ่งลดต้นทุนการพัฒนา, ระยะเวลาการทำงาน และภาระงานลงอย่างละ 50% ภายในปี 2025
  • ขยายกำลังผลิตมอเตอร์ไซค์ในอินเดียเป็น 8 ล้านคัน/ปี และปั้นให้เป็น Hub การส่งออกรถทุกประเภทสำหรับตลาดทั่วโลก

The Honda Hybrid Sedan Prototype and Acura Hybrid SUV Prototypeรถต้นแบบ Honda Hybrid Sedan และ Acura Hybrid SUV

การปรับกลยุทธสู่ Hybrid ยุคใหม่ 

ฮอนด้าตัดสินใจย้ายงบประมาณลงทุนบางส่วนจาก EV มาพัฒนาเทคโนโลยี Hybrid เจนเนอเรชันใหม่ที่จะเริ่มเปิดตัวในปี 2027

  • ตั้งเป้าลดต้นทุนการผลิตระบบไฮบริดลงมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับรุ่นปี 2023
  • ระบบไฮบริดใหม่จะประหยัดน้ำมันขึ้นอีก 10% พร้อมใช้แพลตฟอร์มใหม่และระบบขับเคลื่อน Electric AWD
  • เผยโฉมรถต้นแบบ Honda Hybrid Sedan Prototype และ Acura Hybrid SUV Prototype ที่จะวางจำหน่ายภายใน 2 ปีข้างหน้า

กลยุทธ์รายภูมิภาค: อเมริกาเหนือ, ญี่ปุ่น และอินเดีย

อินเดีย – ยุทธศาสตร์ใหม่  

ฮอนด้าจะใช้อินเดียเป็นฐานการเติบโตหลัก โดยนำฐานลูกค้ามอเตอร์ไซค์ที่มีอยู่มหาศาล (เกือบ 6 ล้านคันต่อปี) มาต่อยอดสู่รถยนต์ รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในกลุ่มยาวไม่เกิน 4 เมตร และกลุ่ม Mid-size ภายในปี 2028

อเมริกาเหนือ จีน และญี่ปุ่น

  • อเมริกาเหนือ: ปรับโรงงานในรัฐโอไฮโอให้รองรับการผลิตรถน้ำมันและไฮบริดได้ทุกรุ่น พร้อมเปิดตัวรถไฮบริดขนาดใหญ่ (D-Segment) ในปี 2029

  • จีน:  เร่งเพิ่มความสามารถด้านต้นทุนด้วยการใช้ซัพพลายเออร์ในท้องถิ่น และเปิดตัวรถพลังงานใหม่ (NEV) บนแพลตฟอร์มที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตรจีน

  • ญี่ปุ่น: มุ่งเน้นรถยนต์ขนาดเล็ก (K-car) เตรียมส่ง N-BOX EV ลุยตลาดในปี 2028 พร้อมเปิดตัว Vezel (HR-V) ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่

การจัดสรรงบประมาณใหม่

Honda ประกาศใช้งบลงทุนรวม 6.2 ล้านล้านเยน ในช่วง 3 ปีนี้ (ถึงปี 2029) โดยแบ่งเป็น:

  • รถยนต์น้ำมันและไฮบริด:  4.4 ล้านล้านเยน (สัดส่วนสูงที่สุด)
  • เทคโนโลยีซอฟต์แวร์:  1.0 ล้านล้านเยน
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV):  ควบคุมการลงทุนอยู่ที่ 0.8 ล้านล้านเยน

สรุป

การปรับทัพครั้งสำคัญของ Honda ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การถอยหลังเพื่อตั้งหลักจากความผันผวนของตลาด EV เท่านั้น แต่คือการ "ติดอาวุธ" ใหม่ด้วยเทคโนโลยีไฮบริดที่บริษัทเชี่ยวชาญ เพื่อสร้างกระแสเงินสดและผลกำไรที่มั่นคงในระยะสั้น ควบคู่ไปกับการปูทางสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

การหันมาให้ความสำคัญกับตลาดที่มีศักยภาพสูงอย่างอินเดียและอาเซียน รวมถึงการใช้กลยุทธ์ลดขั้นตอนการพัฒนาลงครึ่งหนึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและการยอมรับความจริงของยักษ์ใหญ่ค่ายนี้ว่า "การเติบโตที่ยั่งยืนต้องมาพร้อมกับความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค" ซึ่งหาก Honda ทำตามแผนนี้ได้สำเร็จ เราอาจได้เห็นการกลับมาผงาดของ "H Mark" ในฐานะผู้นำยนตรกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้อีกครั้ง


ต้องการ ประเมินราคารถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…

0 ความคิดเห็น