mPreview: Porsche Cayenne Electric – มหัศจรรย์แห่งพรมวิเศษ พิกัด 1,156 แรงม้า!

เผยแพร่โดย เมื่อ

Porsche Cayenne Electric, the latest-generation premium SUV from Porsche with up to 1,156 horsepower

Porsche Cayenne Electric พรีเมียม SUV เจเนอเรชันล่าสุดที่มาพร้อมพละกำลังสูงสุดถึง 1,156 แรงม้า! ในรถ SUV?!


จุดที่ต้องชื่นชม

  • ระบบช่วงล่างเทพพร้อม Porsche Active Ride ที่ทำให้คุณขับขี่ได้นุ่ม-ลื่น-นิ่ง ราวกับพรมวิเศษ
  • พละกำลังสูงสุดที่รีดได้มากกว่า 1,156 แรงม้า ในรุ่น Turbo “แรงมาก” สะท้อน DNA ความแรงของ Porsche ได้อย่างดี
  • ใช้งานได้ครอบคลุมอย่างแท้จริง ลุย Off-Road ได้ ทำความเร็วในสนามก็ได้

ข้อดี

  • มีตัวเลือกพละกำลังให้หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่การใช้งานทั่วไปจนถึงการขับขี่ที่ต้องการสมรรถนะสูงสุด
  • ยังไม่ทิ้งความเป็น SUV ที่ “นั่งสบาย” เน้นอเนกประสงค์เป็นอันดับ 1
  • รุ่นท็อป (Turbo) แต่งสวย ให้ความรู้สึกสปอร์ตแตกต่างจากรุ่นย่อยอื่นๆชัดเจน

ข้อสังเกตุ

  • อัตราเร่ง 1,500 นิวตันเมตร และพละกำลังสุงสุด 1,156 แรงม้า ในรุ่น Turbo นั้นชวนให้สงสัยว่าจะได้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดตอนไหน?
  • แบตเตอรี่ยังเป็น NMC แม้ตัวรถจะใช้สถาปัตยกรรมขนาด 800V ชาร์จ 10-80% ได้ใน 16 นาที และค่ายอื่นๆนั้นทะยอยเปลี่ยนไปใช้ LFP กันหมดแล้ว

Porsche Cayenne and Cayenne Turbo on a racetrackPorsche Cayenne Electric นั้นมักจะทำให้เราลืมตัวเลขแรงม้าแรงบิดที่มหาศาล เพราะเมื่อถึงยามต้องขับขี่จริงๆกลับตอบสนองได้อย่างนุ่มนวล ..ไม่ว่าคุณจะเอามันไปลุยป่าหรือสนามแข่งก็ตาม

และจะยิ่งนุ่มนวลมากขึ้น เมื่อคุณได้สัมผัสกับรุ่นพื้นฐาน Cayenne Electric ที่มาพร้อมกำลัง 300kW (408 แรงม้า) ลดความกังวลใจไปได้เยอะหากเกิดอาการกดคันเร่งเกินความตั้งใจ แม้จะยังทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 230 กม./ชม.และ Overboost ได้สูงสุดถึง 325kW (442 แรงม้า) ก็ตาม

อย่างไรก็ดี หากต้องการหาความ “อเนกประสงค์ที่สุด” จากทั้ง 3 รุ่นนั้น ขอแนะนำเป็นรุ่น Cayenne S ตัวกลางมาพร้อมมอเตอร์กำลัง 400kW (543แรงม้า) ที่จะมอบความนุ่มนวล หรือความแรง(พอประมาณ) ก็ได้ตามต้องการ แถมยัง “มีระยะวิ่งไกลที่สุด” จากทั้ง 3 รุ่นย่อย ที่ 653 กม./ชาร์จ

ขณะที่ตัวสุดรุ่นท็อป Cayenne Electric Turbo สามารถกดแรงม้าจมคันเร่งได้ถึง 1,156 แรงม้า แรงบิด 1,500 นิวตันเมตร เร่ง 0-100 ได้ภายใน 2.5 วินาที.. ทำเอาตัวผมแทบบินออกจากเบาะเมื่อได้ทดสอบ “เหยียบมิด” ยังดีที่รุ่นนี้มี Porsche Active Ride ที่เหนือที่สุดจากรุ่นอื่นๆ ซึ่งจะปรับบาลานซ์ช่วงล่างให้อย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าจะกดสุดคันเร่ง เบรกสุดคันเบรก เลี้ยวโค้งหนักๆหรือแม่แต่ลุยทางออฟโร้ดที่ล้อแตะพื้นไม่ครบ 4 ล้อ ก็ยังจะรักษาความนิ่งของห้องโดยสารเอาไว้ได้

The Porsche Cayenne Electric on a dirtภาพที่อาจจะไม่ใช่ภาพจำสักเท่าไรกับการนำรถราคาหลายล้านไปลุยเส้นทางโหดหิน แต่ใครจะเชื่อล่ะว่า Cayenne เจนเนอเรชั่นใหม่นี้ลุยได้ดีอย่างเหลือเชื่อ โดยเฉพาะช่วงล่าง Active Ride ในรุ่น Turbo (อีกแล้ว) ที่พาผมลุยบ่อ ลุยเนินใหญ่ๆโดยทีร่างกายยังนั่งนิ่งๆอยู่ที่เบาะได้ ไม่โยกไปมา

The Porsche Cayenne Electric sprinting on race trackเมื่อคุณไม่ได้จำกัดความสร้างสรรค์ของนักพัฒนาจนทำให้เกิดรถ SUV ไฟฟ้าระดับปีศาจ ที่จะปลดล็อคสมรรถนะหลุดโลกได้ด้วยการเพิ่มเงินอีก 2.9 ล้าน

ขุมพลังของ Porsche Cayenne เจนฯใหม่นี้ แบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อย:

  • Cayenne Electric: พละกำลัง 300 kW (408 แรงม้า) overboost ได้สูงสุด 325 kW (442 แรงม้า) เร่ง 0-100กม./ชม. ใน 4.8 วินาที – “เบาๆ” เน้นใช้งานครอบคลุม
  • Cayenne S Electric: พละกำลัง 400 kW (543 แรงม้า) overboost ได้สูงสุด 490 kW (666 แรงม้า) เร่ง 0-100กม./ชม. ใน 3.8 วินาที – “กำลังสนุก” ยังรู้สึกว่าควบคุมได้อยู่
  • Cayenne Turbo Electric: พละกำลัง 630 kW (857 แรงม้า) overboost ได้สูงสุด 850kW (1,156 แรงม้า) เร่ง 0-100กม./ชม. ใน 2.5 วินาที – “โคตรแรง” จัดเต็ม “เน้นสมรรถนะล้วนๆ”

นอกจากนี้ตัวรถยังมีการดึงเทคโนโลยีหลายๆอย่างมาจากสนามแข่ง Formula E ที่เจ้าตัวได้แชมป์แล้วแชมป์เล่า ทั้งระบบเจนฯเบรกชาร์จไฟคืนได้สูงสุดกว่า 600 kW โดยที่ 97% ของการเบรกนั้นแทบจะไม่ได้ใช้ชุดจานเบรกเซรามิคที่ให้มาเลย

The Cayenne Electric Side Profileมิติรถยาว 4,985 มม. กว้าง 1,980 มม. สูง 1,674 มม. และระยะฐานล้อกว่า 3,023 มม. ทำให้ภายในกว้างเอามากๆ และเมื่อรวมกับงานออกแบบสุดพรีเมียมยิ่งทำให้สัมผัสถึงพื้นที่กว้างเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ ตัวรถยังแพ็คความจุสัมภาระท้ายมาให้อีก 781 ลิตร หรือขยับไปได้ถึง 1,588 ลิตร หากพับเบาะหลัง 60:40 ลงไปอีกขั้น รวมถึงช่องเก็บสัมภาระใต้ฝากระโปรงหน้าก็มีมาให้อีกด้วย

ส่วนที่ประทับใจที่สุดเลยคือการออกแบบมาให้ “ลุยออฟโร้ดได้จริง” ด้วยมุมเงยหน้ารถประมาณ 25 ถึง 26 องศา (รุ่นมาตรฐาน) และเพิ่มขึ้นได้สูงสุดประมาณ 31.8 องศาเมื่อเปิดใช้งาน Off-Road Package สามารถลุยน้ำได้สูงสุด 550 มม. หรือ 500 มม. สำหรับรุ่นมาตรฐาน ส่วนมุมจากด้านหลังหลบอุปสรรคได้ประมาณ 25 ถึง 26 องศา

New Porsche Cayenne 4th gen interiorห้องโดยสารสุดจะอวกาศ พาดจอ infotainment 3 จอยาวจนถึงผู้โดยสารด้านหน้า มาพร้อมจอ AR HUD สุดล้ำ

แรกสัมผัสภายในห้องโดยสารนั้นรู้สึกเหมือนโดนหยุดเวลา ราวกับต้องมนต์สะกดแห่งงานออกแบบ ดีไซน์โดยรวมเน้นความล้ำสมัย แฝงเส้นสายความสปอร์ตเอาไว้อย่างครบครัน ด้วยรุ่นเริ่มต้น และรุ่น S ได้การตกแต่งภายในสีดำ โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์โลโก้ Porsche ตรงกลางสีทองและหน้าจอแสดงผลดีไซน์แปลกตาทั้ง 3 จอ:

  • เรือนไมล์ผู้ขับขี่: จอ OLED ทรงโค้ง ขนาด 14.25 นิ้ว
  • หน้าจอกลาง (Flow Display): หน้าจอ OLED ทรงโค้ง ขนาด 12.25 นิ้ว ควบคุมระบบความบันเทิงและการตั้งค่าตัวรถ
  • หน้าจอผู้โดยสาร: หน้าจอสัมผัสขนาด 14.9 นิ้ว สำหรับดูสื่อบันเทิงหรือควบคุมระบบนำทางได้โดยที่หากมองจากมุมผู้ขับขี่จะมองไม่เห็น

นอกจากนี้ยังได้หลังคากระจก Panoramic ที่สามารถปรับความทึบแสงหรือโปร่งแสงได้ด้วยระบบไฟฟ้า ควบคุมปริมาณแสงได้ตามต้องการ

ส่วนรุ่น Turbo นั้นจะได้รับการตกแต่งที่พิเศษกว่าอีกขั้น ด้วยวัสดุภายในหุ้มหนัง Alcantara รอบคัน ตกแต่งโลโก้ Porsche สีดำ และแอบบได้ชิ้นแอโร่ไดนามิคที่จะเด้งออกมาลดแรงดึงหลังให้โดยอัตโนมัติ

The Cayenne Electric rear view

บทสรุป

สำหรับ Porsche Cayenne Electric นั้น ถือเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 4 ที่เปิดตัวมาแบบไร้เงาของขุมพลังไฮบริด ดังที่กำลังจำหน่ายอยู่ในประเทศไทยก่อนหน้านี้ (โฉมเจนฯ 3) ซึ่งในการทดสอบครั้งนี้เราก็ได้มีโอกาสทดสอบกันทั้ง 2 รุ่น 2 เจนฯ และพบว่ารุ่นไฮบริดเดิมๆเองก็ยังโชว์สมรรถนะเหนือชั้นได้ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันนัก ..จะมีต่างก็เพียงระบบไฟฟ้าและขุมพลังที่มีคาแร็คเตอร์ไม่เหมือนกันก็เท่านั้น..

สำหรับประเทศไทยเอง Cayenne เจนฯ 3 ที่ยังเป็นไฮบริดก็ยังคงเป็นตลาดหลักของ Porsche อยู่ดี หากแต่ใครต้องการรถ SUV ไฟฟ้าสุดทรงพลังคันนี้เพิ่มเติม ก็สามารถสั่งจองได้ทันที “นำเข้า 100%”

  • Cayenne Electric:  ราคาเริ่มต้น 6,850,000 บาท (643 กม. WLTP)
  • Cayenne S Electric: ราคาเริ่มต้น 7,350,000 บาท (653 กม. WLTP)
  • Cayenne Turbo Electric: ราคาเริ่มต้น 9,750,000 บาท (624 กม. WLTP)

โดยตัวรถทุกรุ่นสร้างบนสถาปัตยกรรม 800V ชาร์จ DC เร็วสุด 400 kW ชาร์จ 10-80% ได้ใน 16 นาที เจนฯได้จากการลดความเร็วได้สูงสุด 600 kW “เหมือนกันทุกรุ่น” อ้อ.. เค้ามีออปชั่นเสริมรองรับ “Wireless Charge” ขนาด 11kW ได้ด้วยนะจ๊ะ

ทิ้งท้าย – บอกได้เลยว่า Cayenne โฉมล่าสุดนี้ “ตัวสุด” ของจริง ยังมีอีกหลายองค์ประกอบที่ไม่สามารถเล่าได้หมด ..เอาเป็นว่าความรู้สึกส่วนตัวของ Motorist ที่ได้ทดสอบครั้งนี้มันร่ำร้องบอกว่า “คุ้มทุกเม็ดเงินที่จ่ายกับสมรรถนะแบบนี้แน่นอน” 


รับสิทธิ์ประเมินราคารถฟรีวันนี้!

ต้องการ ประเมินราคารถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…

0 ความคิดเห็น