
Mercedes-Benz S-Class เปิดตัวรุ่นปรับโฉมใหม่ที่ประเทศญี่ปุ่น รื้อดีไซน์กว่า 50% จัดเต็มระบบอินโฟเทนเมนต์ ราคาเริ่มต้น 3.25 ล้านบาท
Mercedes-Benz ประเทศญี่ปุ่น เพิ่งประกาศรับจอง Mercedes-Benz S-Class รุ่นปรับโฉมใหม่ โดยปักหมุดอัปเกรดรอบนี้ให้เป็น "การปรับโฉมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตระกูล S-Class" ด้วยการรื้อชิ้นส่วนเพื่อพัฒนาและออกแบบใหม่มากกว่า 50% ของตัวรถ เพื่อเปลี่ยนผ่านจากรถ Super Luxury เรือธง สู่ยุค Software-Defined Vehicle อย่างเต็มตัว พร้อมประเดิมตลาดด้วยขุมพลังดีเซลไฮบริด ก่อนจะตามมาด้วยรุ่นท็อปเบนซิน V8 ในช่วงปลายปีนี้
Key Highlights:
- ระบบ MB.OS : ซอฟต์แวร์ที่ Mercedes-Benz พัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมโยงและควบคุมทุกระบบของรถผ่านระบบไร้สาย (OTA)
- MBUX เจนฯ 4: รวมพลัง 3 AI ระดับโลก ChatGPT, Microsoft Bing และ Google Gemini เข้าไว้ด้วยกัน
- กระจังหน้าใหม่: ขนาดใหญ่ขึ้น 20% พร้อมระบบไฟ Illuminated Radiator Grille ครั้งแรกใน S-Class
- MBUX Superscreen: ติดตั้งหน้าจอยาวพาดแดชบอร์ด พร้อมระบบฟอกอากาศระดับนาโน
- Heated Seatbelts: กระจายความอบอุ่นสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วสำหรับเบาะนั่งคู่หน้า
- นวัตกรรมบำบัดไอเสียไฟฟ้า: ในรุ่นดีเซลติดตั้งระบบตัวเร่งปฏิกิริยาควบคุมความร้อนด้วยไฟฟ้า (Electrically Heated Catalytic Converter)
การปรับโฉม Mercedes-Benz S-Class ภายนอกใหม่
อัปเดตดีไซน์ภายนอก
รูปลักษณ์ภายนอกของ Mercedes-Benz S-Class โฉมใหม่ ได้รับการปรับลุคให้ดูภูมิฐานและทรงพลังยิ่งขึ้น ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าโฉมก่อนถึง 20% เปลี่ยนซี่กระจังหน้าโครเมียมจาก 3 แถวเป็น 4 แถว ผสานลวดลายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดและตราดาว พร้อมไฮไลท์ระบบไฟเรืองแสง “Illuminated Radiator Grille” เป็นครั้งแรก ควบคู่กับชุดไฟหน้าอัจฉริยะดีไซน์รูปดาว
- ดีไซน์ด้านข้าง: อัปเดตไฟ Brand Logo Projector ใต้กระจกมองข้างโฉมใหม่ ยิงตัวอักษรคำว่า "Mercedes-Benz" ลงบนพื้น เพิ่มความสะดวกและความหรูหรา
- ด้านหลัง: เปลี่ยนชุดไฟท้ายคู่หลังใหม่ ตกแต่งดีไซน์กราฟิกรูปดวงดาว 3 ดวงแยกแต่ละฝั่ง ล้อมด้วยกรอบสีโครเมียม พร้อมแถบโครเมียมตัดแบ่ง 2 ส่วนที่ฝากระโปรงท้าย
ภายในใหม่ พร้อมจอ MBUX Superscreen
อัปเดตดีไซน์ภายใน
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบแดชบอร์ด, แผงประตู และคอนโซลกลางใหม่ทั้งหมด เพื่อเชื่อมต่อความลักชูฯกับโลกดิจิทัลอย่างลงตัว:
- MBUX Superscreen: ประกอบด้วยหน้าจอกลาง Infotainment ขนาด 14.4 นิ้ว และหน้าจอความบันเทิงฝั่งผู้โดยสารตอนหน้าขนาด 12.3 นิ้ว ดีไซน์ลอยตัวเหนือกราฟิกคอนโซล
- ปรับอากาศระดับนาโน: มีระบบ Digital Vent Control ทำงานร่วมกับระบบประมวลผลอากาศ Energizing Air Control และกรองอากาศไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง สามารถดักจับอนุภาคฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่าเม็ดเกลือถึง 1,200 เท่า พร้อมหมุนเวียนอากาศบริสุทธิ์ทั่วห้องโดยสารในทุกๆ 90 วินาที
- วัสดุและการตกแต่ง: คอนโซลกลางเลือกใช้ไม้วอลนัทเปิดผิวสัมผัสสีน้ำตาลแอมเบอร์ลายก้างปลาเซาะร่อง พร้อมเปิดตัวสีภายในใหม่ล่าสุด “Beach Brown / Black”
- Heated Seatbelts คู่หน้า: ครั้งแรกสำหรับระบบทำความร้อนภายในสายเข็มขัดนิรภัยในผู้โดยสารตอนหน้า โดยทำงานเชื่อมโยงร่วมกับระบบอุ่นเบาะโดยอัตโนมัติ เพื่อกระจายความอบอุ่นสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วในวันอากาศหนาว
ระบบปฏิบัติการ MB.OS และ AI
Mercedes-Benz S-Class รุ่นอัปเกรดนี้ เป็นรถยนต์ลำดับที่ 3 ของค่ายต่อจาก CLA EV และ GLC ที่เปลี่ยนมาใช้ระบบปฏิบัติการ “MB.OS” ที่พัฒนาขึ้นเอง ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางคอยเชื่อมโยงและควบคุมตั้งแต่ระบบ Infotainment, ADAS, ไปจนถึงระบบควบคุมตัวถัง แชสซีส์ และรองรับการอัปเดตเพิ่มฟีเจอร์ผ่านระบบไร้สาย (OTA) ได้ตลอดอายุการใช้งาน
นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบความบันเทิง MBUX เจนเนอเรชันที่ 4 ยังได้ระบบแผนที่ความละเอียดสูงบนฐานข้อมูลของ Google Maps, ระบบนำทางเสมือนจริงสามมิติ (3D MBUX Surround Navigation) และ MBUX Virtual Assistant ซึ่งผสาน 3 AI ระดับโลก ChatGPT, Microsoft Bing และ Google Gemini ไว้ด้วยกัน ฉายอวตารเรืองแสงบนหน้าจอ Zero Layer และวิเคราะห์เพื่อพูดคุยโต้ตอบภาษาธรรมชาติยาวๆ หลายขั้นตอนกับผู้ขับขี่ได้อย่างลื่นไหลเป็นธรรมชาติ
ขุมพลัง S 450 d 4MATIC เทอร์โบดีเซล
ขุมพลังและการขับเคลื่อน
S 450 d 4MATIC (ดีเซล Mild-Hybrid): ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียง บล็อกใหม่ล่าสุด (OM 656 Evo) และเป็นครั้งแรกของโลกในรถยนต์แมสโปรดักชันที่มีการนำระบบตัวเร่งปฏิกิริยาควบคุมไอเสียอุ่นด้วยไฟฟ้า (Electrically Heated Catalytic Converter) มาใช้งานเพื่อให้อุณหภูมิระบบบำบัดไอเสียพร้อมทำงานทันทีแม้สตาร์ทรถตอนเครื่องเย็น ช่วยลดมลพิษได้อย่างเด็ดขาดและพร้อมรองรับมาตรฐานไอเสียในอนาคต
S 580 4MATIC long (เบนซิน V8 Mild-Hybrid):ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ตัวอัปเกรด (M177 Evo) รีดพละกำลังสูงสุด 395 กิโลวัตต์ (537 แรงม้า) และแรงบิดมหาศาล 750 นิวตันเมตร
Standard Mild-Hybrid: ทุกขุมพลังจะทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า Integrated Starter Generator (ISG) ขนาด 17 กิโลวัตต์ เพื่อช่วยเพิ่มความนุ่มนวลและเสริมแรงบิดขับเคลื่อนในรอบต่ำอย่างชาญฉลาด
สถานการณ์ในประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย Mercedes-Benz S-Class (W223) ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ และความเป็นผู้นำในกลุ่ม F-Segment Luxury Sedan มาโดยตลอด โดยปัจจุบันทำตลาดผ่านรุ่นประกอบในประเทศ (CKD) ได้แก่ รุ่นดีเซลปลั๊กอินไฮบริด S 350 d Exclusive และ S 580 e AMG Premium
การเปิดตัวรุ่นปรับโฉมครั้งใหญ่รอบนี้ พลิกโฉมรถยนต์สู่ยานยนต์ซอฟต์แวร์อัจฉริยะ (SDV) พ่วง AI ล้ำๆ คาดการณ์ว่า Mercedes-Benz Thailand น่าจะเริ่มเตรียมปรับสายการผลิตของโรงงานในประเทศไทยเพื่อรองรับเทคโนโลยีและระบบปฏิบัติการ MB.OS ชุดนี้ตามมาในช่วงปี 2570 เพื่อลงสนามท้าชนกับคู่แข่งตลอดกาลอย่าง BMW 7 Series
ต้องการ ประเมินราคารถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…