mReview: รีวิว GWM ORA 5 EV จากรถไฟฟ้ายอดนิยมสู่ SUV อเนกประสงค์เอาใจคนไทย

เผยแพร่โดย เมื่อ

Review GWM ORA 5 EV

รีวิว GWM ORA 5 EV ปรับโฉมใหม่แบบน้อยแต่มาก จัดทรง SUV ใหม่ ใช้งานครอบคลุมมากขึ้น


What’s Great? จุดที่ต้องชื่นชม

  • ดีไซน์โดดเด่น ชัดเจนในความเป็น ORA
  • การเปลี่ยนจุดยืนจาก City Hatchback สู่ B-SUV อย่างเต็มตัว
  • ระบบ Coffee OS ให้การใช้งานจริงได้ลื่นและเป็นมิตร

What’s Good? ข้อดี

  • ลูกค้าเลือก ORA 5 ได้ใน 2 ขุมพลัง EV หรือ HEV ตามสะดวก ไม่มีการตัดออปชั่น
  • มิติรถกระชับ ขับขี่ในเมืองได้ถนัดดี
  • การเพิ่มพื้นที่ท้ายรถใหม่ ทำให้ใช้งานได้อเนกประสงค์ขึ้นด้วย

What’s Not Great? ข้อสังเกตุ

  • แป้นเบรกสูงกว่าแป้นคันเร่ง ทำให้ต้องปรับตัวพอประมาณ
  • ท้องรถในรุ่น EV กินพื้นที่ห้องโดยสารขึ้นมาพอสมควร

GWM ORA 5 EV กำลังวิ่งบนถนนจากเคยเป็น City Hatchback EV เบอร์ต้นของไทย สู่การเป็น B-SUV ที่สามารถขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมืองได้อย่างไม่เคอะเขิน ขณะที่ได้พื้นที่ใช้งานภายในมากขึ้น บอดี้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการขับขี่ เรียกความมั่นใจได้อย่างเต็มร้อยทุกครั้งที่ใช้งาน

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอยู่ประเทศไทยมาสักพักแล้วหรือไม่สำหรับรถยนต์จาก ORA ที่ทำให้ Motorist ค่อนข้างขับขี่ ORA 5 EV คันนี้ได้อย่างมั่นใจและมีความเข้าใจในคาแร็คเตอร์ของตัวรถมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะฟีลลิ่งการขับขี่ที่ค่อนข้าง “ใกล้เคียง ORA Goodcat” ของเดิมเป็นอย่างมาก ..หรือแม้แต่แป้นเบรกที่ยังลอยตัวขึ้นมาค่อนข้างสูงจนอาจจะเหยียบไม่ถนัดในผู้ขับขี่บางรายเลยก็ตาม..

การตอบสนองต่อหนทางที่คดเคี้ยว เลี้ยวผ่านย่านพลุกพล่านของตัวเมืองช่วง Prime Time ตัวรถก็ยังคือว่าตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบายได้อย่างดี แม้ช่วงขับขี่ความเร็วสูงจะยังมีเสียงลมตีพั่บๆๆเข้ามาทางหน้าต่างอยู่บ้าง แต่ก็นับเป็นเรื่องที่ไม่ได้แปลกใหม่เสียเท่าไรในรถคลาสประมาณนี้

กระจังหน้าและไฟหน้า GWM ORA 5 EV“สวยเหมือนเดิม” อาจเป็นวลีกัดจิกของบางราย แต่ในฐานะที่มีความรู้ด้านงานดีไซน์อยู่บ้างต้องบอกเลยว่า มันค่อนข้างยากเหมือนกันในการรักษาความประทับใจเดิมๆเอาไว้ใหู่นานที่สุดบนโครงสร้างภายในที่ได้รับการออกแบบใหม่มาค่อนข้างเยอะ

และบางอย่างก็อาจจะต้องอัปเดตใหม่ให้ใช้งานได้สะดวกขึ้นภายใต้หน้าตา(น่ารัก)เดิมๆนี้ เช่น ไฟหน้าทรงเกือบจะกลม ที่ไม่ใช่ไฟ DRL วงกลมสลับใช้กับไฟเลี้ยว แต่มีการเพิ่มรายละเอียดภายในโคมที่เป็นหลอดแบบโปรเจคเตอร์

นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดของช่องระบายความร้อนด้านล่างของกระจังหน้าที่จะมีม่านระบายอากาศเปิด-ปิดแบบออโต้ฯให้ ช่วยระบายความร้อนภายในระบบขับเคลื่อนและแบตเตอรี่แรงดันสูงยามจำเป็นได้ ซึ่งมาแทนที่กระจังหน้าแบบปิดทึบของ Goodcat ก่อนหน้านี้

เครื่องยนต์ใต้ฝากระโปรงหน้า GWM ORA 5 EVORA 5 EV มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า (150 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ 58.3 kWh วิ่งไกลสูงสุด 520 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (NEDC)

เป็นระยะทางวิ่งที่ได้เปรียบคู่แข่งคันอื่นๆอยู่พอสมควร ด้วยเป็นรถเพียงไม่กี่คันในเรทเริ่มต้นไม่เกิน 7 แสนที่ได้ระยะว่างมากกว่า 500 กม. อย่างไรก็ดี ด้วยตัวรถที่ใหญ่ขึ้นนั้น ทำให้แรงบิดขนาดนี้ยังไม่ได้ฉูดฉาดเท่าไรเมื่อต้องวาดลวดลายทำความเร็วบนถนนหลวง ..แต่เราจะขับเร็วไปไหนล่ะ?

ส่วนเรื่องการชาร์จนั้นทำได้เท่ากันทุกรุ่นย่อย รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 120 kW เท่ากับตู้ชาร์จมาตรฐานค่ายสีฟ้าในปั๊มทั่วๆไปเป๊ะ และมีระบบจ่ายไฟใหู้อุปกรณ์ภายนอก V2L ที่ 6 kW

มิติตัวถังด้านข้าง GWM ORA 5 EVตัวรถยกสูงจาก ORA Good Cat อย่างเห็นได้ชัด ได้ความยาว 4,471 มม. กว้าง 1,833 มม. ความสูง 1,641 มม. เป็น B-SUV ในอุดมคติ พร้อมฐานล้อ 2,720 มม.

จริงๆแล้วระยะฐานล้อประมาณนี้ กับพื้นที่ภายในที่ให้มาถือว่าไม่ได้น่าเกลียดเลย ยิ่งถ้าย้อนเวลาถอยไปสัก 2-3 ปี การได้ตัวเลขประมาณนี้มาถือว่ากว้างขวางเสียเลยด้วยซ้ำ.. แต่! กลายเป็นว่าในปัจจุบันค่ายๆค่ายเริ่มพัฒนารถให้มีฐานล้อกว้างเพื่อรองรับพื้นที่แบตเตอรี่ก้อนใหญ่มากขึ้น เลยทำให้ตัวเลขนี้ของ ORA 5 เลยดู “เฉยๆ” ไปอย่างน่าเสียดายในปี 2026

ข้อดีอีกจุดที่ ORA นำไปพัฒนาคือการยกท้องรถสูงมากขึ้นมาที่ 175 มม. เลยขับสู้ลูกระนาดหรือหลุมโลกพระจันทร์ของประเทศไทยได้อย่างดีมากขึ้นด้วย

ภายในห้องโดยสารตอนหน้า GWM ORA 5 EVสำหรับรุ่น EV นั้นจะพิเศษหน่อยด้วยออปชั่นที่สามารถเลือกการตกแต่งสวยเก๋สีครีมนวลๆพร้อมแพตเทิร์นลายสก๊อตน่ารักๆแบบนี้ได้! พร้อมสีพิเศษภายนอก Emerald Green หรือสีฟ้า So Blue หลังคาดำได้ (รุ่น HEV ได้ภายในสีเทาเท่านั้น)

นอกเหนือจากการตกแต่งที่น่ารักเป็นพิเศษของ ORA 5 แล้ว อีกจุดที่ยังต้องชื่นชมเสมอคือระบบปฏิบัติการ Coffee OS ของ GWM เองนั้นมีหน้าตาและการใช้งานที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งานมาโดยตลอด โดยเฉพาะกับฟังก์ชั่นแผนที่ของตัวรถเอง หรือการเข้าไปตั้งค่าระบบต่างๆก็ยังทำได้ง่าย

แม้จะน่าเสียดายไปหน่อยที่ ORA ตัดฟังก์ชั่นเบาะนวดออกไปจากทุกรุ่นย่อย เหลือเพียงเบาะเป่าลมเย็นเท่านั้น แต่ส่วนตัวแล้วก็ไม่ได้ซีเรียสเบาะนวดขนาดนั้น เพราะความแรงของการนวดก็ยังสู้มือคุณป้าร้านนวดแผนไทยแถวบ้านไม่ได้.. จะนวดทั้งทีก็ขอแรงๆหน่อย!

พวงมาลัยและหน้าจอคอนโซล GWM ORA 5 EVการตกแต่งภายในโทนสีครีมสว่างไสว ตัดแพตเทิร์นลายสก๊อตทำเอาสาวๆกว่าครึ่งประเทศต้องเทใจให้ ORA 5 (รวมถึงตัวผมเอง) พร้อมหน้าจอคอนโซลกลางใหม่ขนาด 14.6 นิ้ว เปิดกล้องรอบคันเห็นชัดแจ๋ว มาพร้อมจอหลังพวงมาลัยขนาด 10.25 นิ้ว ที่โดนพวงมาลัยกินขอบไปหน่อยหนึ่ง แต่ไม่ส่งผลต่อการแสดงผลใดๆนะ

โคมไฟหน้า GWM ORA 5 EVดีเทลเล็กๆแต่ทำให้รถดูทันสมัยขึ้นของโคมไฟหน้าใน ORA 5 ที่ให้ความโมเดิร์นและสปอร์ตมากกว่าเจ้า Good Cat ที่ผ่านมา

มือจับประตูแบบปกติ GWM ORA 5 EVไม่รู้ว่าเป็นแค่ผมคนเดียวมั้ยนะที่รู้สึกว่าการได้มือจับประตูธรรมดาๆ เป็นระบบกลไกแมนวลตามปกติแบบนี้ เป็นตัวเลือกที่ไม่ได้แย่เท่าไร เพราะหากเป็นมือจับประตูแบบซ่อนนั้นเมื่อระบบไฟฟ้ามีปัญหาขึ้นมา มันจะพาลเปิดประตูรถไม่ออกเอาได้น่ะสิ!

ดีไซน์ด้านท้ายรถ GWM ORA 5 EVดีไซน์โดยรวมยังรักษาเส้นสายแบบเดียวกับ Goodcat เอาไว้ได้หมด แต่ถ้าสังเกตุดีๆเราจะเห็นว่าตัวรถยกสูงขึ้นอย่างชัดเจน และยังมีพื้นที่บริเวณท้ายรถมากขึ้นด้วย

ส่วนฟังก์ชั่นฝาประตูท้ายไฟฟ้าจะมีเฉพาะรุ่นท็อป ULTRA รุ่น Pro นั้นจะได้ประตูเปิดมือเหมือนกันทั้ง HEV และ EV รวมถึงใต้สปอยเลอร์หลังมีใบปัดน้ำฝนหลังซ่อนอยู่ด้วยนะ

พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ GWM ORA 5 EVท้ายรถเดิมๆเก็บสัมภาระได้สูงสุด 377 ลิตร และเพื่อพับเบาะนั่งตอนหลังลงไป 60:40 จะได้ความจุเพิ่มเป็น 1,410 ลิตร พร้อมช่องเก็บของเพิ่มเติมเล็กน้อยใต้พาร์ทิชั่นรองพื้นท้ายรถ

ห้องโดยสารตอนหลัง GWM ORA 5 EVห้องโดยสารตอนหลังถือว่าให้พื้นที่มาแบบ “โอเค” สำหรับคนที่ส่วนสูงหรือขาอาจจะไม่ยาวนัก ด้วยตัวพื้นรถยกขึ้นมาค่อนข้างสูง เมื่อโดยสารจึงมีอาการงอขาขึ้นมาประมาณหนึ่งเลย อย่างไรก็ดี เรื่องการอำนวยความสะดวกก็ถือว่าพอเพียง ทั้งแอร์ให้ผู้ดดยสารตอนหลัง (ไม่แยกฝั่ง) ช่องเก็บของเพิ่มเติม และช่องชาร์จ USB-C ที่มีมาให้

โลโก้และบทสรุปราคา GWM ORA 5สำหรับคนที่เคยตกหลุมรัก Goodcat มาก่อน แต่ยังไม่มีโอกาสได้ซื้อ หรือคนที่กำลังเล็งรถสวยๆสักคันที่ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า เจ้า ORA 5 โฉมใหม่นี้น่าจะเป็นคำตอบได้อย่างดี แถมยังเลือกได้ว่าจะใช้ขุมพลังแบบไหน? EV? HEV? เลือกได้เลยตามใจโดยไม่ได้มีข้อแตกต่างเรื่องฟังก์ชั่น

ความแตกต่างเดียวน่าจะเป็นเรื่องของราคา ที่ถูกแยกออกด้วยนโยบายจากฟากฝั่งรัฐบาลไทยดังนี้

  • ORA 5 EV Pro: ราคา 649,000 บาท
  • ORA 5 EV Ultra: ราคา 719,000 บาท
  • ORA 5 HEV Pro: ราคา 729,000 บาท
  • ORA 5 HEV Ultra: ราคา 799,000 บาท

ทิ้งท้าย – GWM ORA 5 EV น่าจะเป็นตัวเลือกเดียวในกลุ่ม B-SUV ไฟฟ้าล้วนที่มอบระยะทางวิ่งไกลสุดได้ทะลุ 520 กม. /ชาร์จ (NEDC) เป็นอีกข้อนอกจากความสวยงามที่มีให้ ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่นำมาพิจารณาเป็นประเด็นหลักเช่นกัน

ข้อมูลทางเทคนิค: GWM ORA 5 EV Ultra
ราคา (ณ วันที่เผยแพร่บทความ): ฿719,000
ระบบขับเคลื่อน: FWD
มอเตอร์: 
Permanent Magnet Synchronous Motor
การชาร์จ:
120kW DC, 6kW V2L
แรงม้า & แรงบิด:
150kW (204 PS) & 260 Nm
ระบบส่งกำลัง:
Single-speed
ระยะทาง:
520 กม. / ชาร์จ (NEDC)
ระยะต่ำสุดถึงพื้น:
175 มม.
0-100 กม/ชม. :
7.5 วินาที
ความเร็วสุงสุด:
170 กม./ชม.
ความจุแบตเตอรี่:
58.3 kWh
มิติรถ (ยาว x กว้าง x สูง):
4,471 x 1,833 x 1,641 มม.
ระยะฐานล้อ:
2,720 มม.
ความจุสัมภาระท้าย:
377 ลิตร (1,410 ลิตร)

ต้องการ ประเมินราคารถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…

0 ความคิดเห็น