mReview: รีวิว MG URBAN รถ City Hatchback ที่คุ้มค่าที่สุด จัดเต็มทุกฟังก์ชั่นไลฟ์สไตล์คนเมือง

เผยแพร่โดย เมื่อ

Review MG URBAN

รีวิว MG URBAN จัดเต็มทุกฟังก์ชั่นไลฟ์สไตล์คนเมือง นึกอะไร ได้อันนั้น ขับดี แต่มีเอ๊ะ(นิดนึง) 


จุดที่ต้องชื่นชม

  • ออปชั่นแน่นมาก (มากๆ) ไม่รู้จะใช้หมดไหม
  • มีระบบช่วยถอยจอดอัตโนมัติที่นุ่มนวล และพึ่งพาได้จริง
  • ระบบกล้องมองรอบคันที่ดีมากๆ

ข้อดี

  • ดีไซน์สวย เลือกภาษาการออกแบบต่อยอดจาก MG S5 และ MG4 ได้ดี
  • พื้นที่จุสัมภาระเยอะดี
  • ตัวรถควบคุมง่าย เหมาะกับผู้ขับขี่หลากหลายระดับทักษะ

ข้อสังเกตุ

  • ไม่มีระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • ดีไซน์ภายในยังไม่โดดเด่นนัก

MG URBAN กำลังวิ่งบนถนนMG URBAN ขยับตำแหน่งมอเตอร์ไปขับเคลื่อนล้อหน้า ให้การตอบสนองแรงบิดที่ขับสนุก ให้ฟีลลิ่งที่แตกต่างจาก MG4 ก่อนหน้านี้ พร้อมตัวถังที่โปร่งมากขึ้น เป็นมิตรกับการใช้งานจริง ทั้งฟังก์ชั่นที่ให้มาและคาแร็คเตอร์การตอบสนองต่อการใช้งานของตัวรถ

ด้วยขนาดตัวที่ไม่ได้ใหญ่มาก แต่ให้ฐานล้อมาใหญ่โต มิติภายในตัวรถเลยกว้างขวาง นั่งสบายทุกที่นั่ง แต่จะแตกต่างจากทรงรถ SUV ยอดนิยมในราคาไล่เลี่ยกันที่จะเน้นหลังคาสูงกว่า ซึ่งทำให้การใช้งานทุกๆวันทำได้อย่างคล่องตัวกว่า หน้าแคบกว่า และมุดการจราจรได้ดียิ่งนัก

จังหวะการตอบสนองคันเร่งขณะขับขี่ก็ดี ให้ฟีลลิ่งขับหน้าขั้นสุด แม้จะเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าแรงบิดสูง แต่ก็เกลี่ยแรงมาให้ใช้อย่างลื่นไหล ไม่รู้สึกว่ากระโชกโฮกฮาก เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่หลากหลายทักษะฝีมือเลยทีเดียว

ส่วนหน้าของรถ MG URBANดีไซน์ใหม่ให้ฉีกออกจากความสปอร์ตดุดันของ MG4 ด้วยเส้นสายหน้ารถที่มีเส้นโค้งมากขึ้น ไฟหน้า LED ทรงใหม่ คล้ายรุ่นพี่ S5 และโลโก้เรืองแสงตอนกลางคืนได้ เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะรุ่นจำหน่ายไทยเท่านั้น

มอเตอร์และเครื่องยนต์ใต้ฝากระโปรงหน้า MG URBANMG URBAN ใช้ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า มี 2 ขนาดพละกำลังให้เลือก (ที่ต่างกันนิ๊ดดดเดียว) รุ่นเริ่มต้น ให้มอเตอร์ 150 แรงม้า (110 kW) และรุ่นกลางไปจนถึงรุ่นท็อป Ultra ได้มอเตอร์ 160 แรงม้า (118 kW) แต่ได้แรงบิดเท่ากันที่ 250 นิวตันเมตร

อีกจุดที่ต่างกันนิ๊ดดดเดียวเหมือนกันคือขนาดแบตเตอรี่ และการชาร์จ DC ที่รุ่นเริ่มต้น 42.8 kWh ระยะทางสูงสุด 435 กม./ชาร์จ รองรับการชาร์จเร็ว 82 kW (10-80% ใน 28 นาที) ส่วนรุ่นกลางขึ้นไปนั้นจะได้แบตฯ 53.9 kWh วิ่งไกลสุด 530 กม./ชาร์จ รองรับการ DC 88 kW (10-80% ใน 30 นาที)

มิติตัวถังด้านข้าง MG URBANตัวรถออกแบบมาเพื่อความอเนกประสงค์ภายในเมืองด้วยตัวถังแฮทช์แบ็คยอดนิยม พร้อมมิติยาว 4,280 x กว้าง 1,848 x สูง 1,570 มม. เท่านั้น ทำให้หากมองจากภายนอกแล้วจะพบว่ามันไม่ใช้รถคันใหญ่เลย

แต่ในขณะเดียวกันกลับให้ห้องโดยสารที่โอ่อ่าเหลือเชื่อ ด้วยการวางฐานล้อยาวถึง 2,750 มิลลิเมตร! ใหญ่กว่า SUV บางคัน และเทียบเท่าฐานล้อระดับ C-Segment เลยด้วยซ้ำ

ภายในห้องโดยสารตอนหน้า MG URBANห้องโดยสารของ MG URBAN ยังไม่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจเลือกปรับแต่งได้มากมายนัก ด้วยออปชั่นภายในตกแต่งโทนสี เทา-ดำ เพียงออปชั่นเดียวให้เลือก แต่ก็ยังมาพร้อมความครบครันของฟังก์ชั่นการใช้งาน จนเชื่อว่าหลายๆคนน่าจะมองข้ามเรื่องของการตกแต่งไปได้แทบจะทันที

ภายในมาพร้อมกับชุดหน้าจอดิจิทัลขนาดใหญ่ ทั้งจอคอนโซลกลางขนาด 15.6 นิ้ว เล่น Youtube, Tiktok ได้ และมาตรวัดผู้ขับขี่ขนาด 7 นิ้ว มาพร้อมชิปประมวลผล Snapdragon 8155 ในรุ่นท็อป ระบบทัชสกรีน ระบบนำทาง On-board กล้องมองรอบคัน และกล้องบันทึกภาพด้านหน้าที่แค่เสียบ USB ขนาด 32 GB ก็พร้อมใช้าน

ปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย MG URBANข้อดีที่สุดของฟังก์ชั่นการใช้งานบน MG URBAN คือ “ปุ่มกด” นี่แหละ น่าจะเป็นค่ายรถไฟฟ้าอันดับต้นๆที่ให้ปุ่มกดมาเยอะที่สุดค่ายหนึ่ง ตั้งค่าปุ่มลัด กดสั่งการต่างๆได้ง่ายดายโดยไม่ต้องหันไปมองหน้าจอกลางเลย

ระบบช่วยถอยจอดอัจฉริยะ MG URBANพีคที่สุดด้วยระบบช่วยถอยจอดอัจฉริยะ เฉพาะในรุ่นท็อป Ultra เท่านั้น ที่ให้ผู้ขับขี่มือใหม่ หรือคนที่ยังไม่มั่นใจในฝีมือได้จอดรถเข้าซองอย่างเนียน พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายรองรับการจอดในช่องจอด การจอดอิสระ และยังเลือกได้ด้วยว่าจะหันหัวรถเข้าหรือออก หรือให้ช่วยขับออกจากซองแคบๆก็ยังได้

ดีไซน์ด้านท้ายรถ MG URBANด้านหลังโดดเด่นด้วยแถบไฟ Strip Light LED พาดยาวจรดซ้าย-ขวา พร้อมลวดลายของธง Union Flag ของสหราชอาณาจักร เพื่อบ่งบอกตัวตน DNA รถยุโรปที่มีอยู่ในตัว

นอกจากนี้ยังมาพร้อมตัวเลือกฝาประตูท้ายไฟฟ้าสำหรับรุ่นท็อปและรุ่นกลาง ส่วนรุ่นเริ่มต้นยังได้ฝาเปิดมือธรรมดาอยู่ ทั้งนี้ที่ด้านหลังรถจะมีกล้องมองหลังอยู่ 2 ตำแหน่งเป็นกล้องรอบคัน และกล้องประมวลผลของระบบ ADAS ที่มีให้

พื้นที่สัมภาระท้ายรถ MG URBANพื้นที่สัมภาระนั้นถือว่าอเนกประสงค์และให้มาเยอะแยะมาก ทั้งพื้นที่ท้ายรถพื้นฐานที่ความจุรวมสูงสุด 480 ลิตร (แบ่งได้ 2 ชั้น) เมื่อพับเบาะโดยสารตอนหลังไปจะได้ความจุเพิ่มเป็น 1,266 ลิตร พร้อมช่องลับใต้พาร์ทิชั่นด้านหลังเป็นหลุมลึกลงไปอีก 98 ลิตร!

เบาะนั่งตอนหลัง MG URBANข้อได้เปรียบกว่าเพื่อนรวมคลาสราคาราว 7 แสนบาทนั้นคือ พื้นที่โดยสารตอนหลังที่ได้มากว้างขวางเอามากๆ ทำให้คนโดยสารตอนหลังนั่งสบาย มาพร้อมพนักพิงแขนหนึ่งเดียวในรุ่น และเป็นอีกฟังก์ชั่นที่ MG ให้มาพิเศษเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น

โลโก้ด้านหลังและบทสรุป MG URBANMG URBAN กลายเป็นรถที่น่าเกรงขามในกลุ่มราคาไม่เกิน 750,000 บาท ที่มาพร้อมความครบครันที่สุดคันหนึ่งของตลาด ชาร์จเร็ว ขับดี ได้ระยะวิ่งไกล ระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะ รวมถึงความไว้วางใจได้ที่ทำตลาดในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน

สำหรับคนที่สนใจ MG URBAN นั้นมีให้เลือกใน 3 รุ่นราคาตามลักษณะความต้องการ

  • รุ่น Standard (435 กม.): 549,900 บาท (ราคาปกติ 579,900 บาท)
  • รุ่น MAX (530 กม.): 619,900 บาท (ราคาปกติ 649,900 บาท)
  • รุ่น ULTRA (530 กม.): 729,900 บาท (ราคาปกติ 749,900 บาท)

ทิ้งท้าย – บอกเลยว่าตั้งแต่เปิดตัวและทำสเป็คเริ่มต้นมาให้เพียง 5.49 แสนก็ว่าอึ้งแล้ว พอเห็นความจัดเต็มของออปชั่นรุ่นท็อปยิ่งอึ้งกว่า โลกยานยนต์ของเราเดินทางมาไกลจริงๆ และผมเชื่อว่าออปชั่นต่างๆที่ MG URBAN ให้มานั้นสามารถครอบคลุมตามความต้องการใช้งานของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างดีทีเดียว ตั้งแต่เน้นใช้งาน จนไปถึงเน้นความสะดวกสบายสูงสุด

ข้อมูลทางเทคนิค: MG URBAN Ultra
ราคา (ณ วันที่เผยแพร่บทความ): ฿729,900
ระบบขับเคลื่อน: FWD
มอเตอร์: 
Permanent Magnet Synchronous Motor
การชาร์จ:
88kW DC, 6.6kW AC
แรงม้า & แรงบิด:
118kW (160 PS) & 250 Nm
ระบบส่งกำลัง:
Single-speed
ระยะทาง:
530 กม. / ชาร์จ (NEDC)
ระยะต่ำสุดถึงพื้น:
140 มม.
0-100 กม/ชม. :
8.4 วินาที
ความเร็วสุงสุด:
160 กม./ชม.
ความจุแบตเตอรี่:
53.9 kWh
มิติรถ (ยาว x กว้าง x สูง):
4,280 x 1,848 x 1,570 มม.
ระยะฐานล้อ:
2,750 มม.
ความจุสัมภาระท้าย:
480 ลิตร (1,266 ลิตร)

ต้องการ ประเมินราคารถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…

0 ความคิดเห็น