ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 2569 ปรับขึ้น กระทบราคารถอย่างไร?

เผยแพร่โดย เมื่อ

ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 2569

กำลังเล็งซื้อรถใหม่ปลายปีนี้อยู่หรือเปล่า? มาดูกันว่าข่าวปรับภาษีรถยนต์รอบใหม่จะทำให้รถในฝันของคุณราคาเปลี่ยนไปแค่ไหน จะได้วางแผนถูก!

ช่วงปลายปี 2569 ตลาดรถยนต์ไทยมีอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ผู้กำลังวางแผนซื้อรถต้องจับตามอง หลังกรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างทบทวนโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ครั้งใหม่ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า EV นำเข้าที่ไม่มีฐานการผลิตหรือไม่มีเงื่อนไขผลิตชดเชยในประเทศไทย ซึ่งมีแนวคิดพิจารณาปรับอัตราภาษีขึ้นไปอยู่ในระดับประมาณ 30–40% ขณะเดียวกันยังมีแนวทางปรับระบบภาษีรถยนต์ทุกกลุ่มให้พิจารณาจากปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO₂ มากขึ้น หากแนวทางดังกล่าวถูกนำมาใช้จริง ย่อมมีโอกาสกระทบทั้งราคารถปลายปี 2569 โปรโมชั่นของค่ายรถ และการตัดสินใจของผู้บริโภคที่กำลังเลือกระหว่างรถน้ำมัน ไฮบริด และ EV


ภาษีสรรพสามิตรถยนต์กำลังเปลี่ยนไปในทิศทางไหน?

สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจก่อนคือ ข่าวเกี่ยวกับการขึ้นภาษีรถยนต์ไฟฟ้า EV ในช่วงนี้ยังเป็นแนวทางที่กรมสรรพสามิตและกระทรวงการคลังกำลังพิจารณาและหารือกับภาคอุตสาหกรรม ไม่ได้หมายความว่า EV นำเข้าทุกรุ่นจะถูกเก็บภาษี 30–40% ทันที

ข้อมูลช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 ระบุว่า กรมสรรพสามิตกำลังพิจารณาปรับอัตราภาษีของรถ EV นำเข้าบางกลุ่มให้สูงขึ้น โดยเฉพาะรถที่นำเข้ามาจำหน่ายโดยไม่มีฐานการผลิตในประเทศไทยหรือไม่มีภาระผูกพันด้านการผลิตชดเชย

ขณะเดียวกันแนวนโยบายในภาพใหญ่ไม่ได้ต้องการมองเพียงว่าเป็นรถ EV หรือรถน้ำมันเท่านั้น แต่กำลังมุ่งไปสู่การใช้ปริมาณการปล่อย CO₂ ของรถยนต์เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดหลัก เพื่อให้รถที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าได้รับการสนับสนุนมากกว่า

แนวคิดนี้ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป หรือ ICE ไปจนถึง HEV, PHEV, EREV และ BEV โดยกรมสรรพสามิตระบุว่าต้องการให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์พลังงานสะอาดเกิดขึ้นโดยไม่กระทบต่อผู้ผลิตเดิม การจ้างงาน และห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยมากเกินไป

การปรับขึ้นภาษีรถยนต์ไฟฟ้า EV นำเข้า 2569


EV นำเข้าอาจถูกปรับภาษีขึ้น 30–40%

หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ ภาษีรถ EV นำเข้า เพราะในช่วงที่ผ่านมาไทยเปิดมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าหลายรูปแบบเพื่อสร้างตลาดและดึงดูดผู้ผลิตจากต่างประเทศ แต่เมื่อยอดขายรถ EV เติบโตขึ้น ปัญหาที่ตามมาคือรถจำนวนหนึ่งยังคงเป็นรถสำเร็จรูปนำเข้า ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการให้เกิดการผลิตและใช้ชิ้นส่วนในประเทศไทยมากขึ้น

ข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ระบุว่า กรมสรรพสามิตกำลังพิจารณาให้อัตราภาษีสำหรับ EV นำเข้าที่ไม่มีฐานการผลิตในไทย ขยับขึ้นไปอยู่บริเวณ 30–40% จากอัตราที่ข่าวระบุว่าปัจจุบันจัดเก็บในกลุ่มดังกล่าวประมาณ 10% แต่ข้อเสนอนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือและยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเริ่มบังคับใช้เมื่อใด

ทำไมรัฐบาลจึงพิจารณาขึ้นภาษี EV นำเข้า?

สาเหตุหลักไม่ได้มาจากการต้องการลดการใช้รถ EV แต่เป็นความพยายามสร้างสมดุลระหว่างการนำเข้ารถสำเร็จรูปกับการลงทุนผลิตรถภายในประเทศไทย

ในช่วงเดือนมกราคม–กรกฎาคม 2569 รถยนต์นั่งไฟฟ้ามียอดขายมากกว่า 125,000 คัน และในจำนวนดังกล่าว รถนำเข้ามีสัดส่วนมากกว่า 60% ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีความกังวลว่าหากการนำเข้าขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อาจกระทบต่อโรงงาน ผู้ผลิตชิ้นส่วน และแรงงานในประเทศ

แนวทางการปรับภาษีจึงมีลักษณะคล้ายการส่งสัญญาณว่า หากค่ายรถต้องการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ก็ควรมีการลงทุน ตั้งโรงงาน ผลิตรถ หรือใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศไทยตามเงื่อนไขที่กำหนด

อาจมีช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนขึ้นภาษีเต็มอัตรา

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ กรมสรรพสามิตกำลังพิจารณามาตรการเปลี่ยนผ่านสำหรับผู้ประกอบการ ไม่ใช่ว่ารถนำเข้าทุกคันจะถูกปรับขึ้นเป็น 30–40% ในทันที

ข้อเสนอหนึ่งคือเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตบางรายนำเข้ารถเข้ามาจำหน่ายในช่วงปี 2569–2570 โดยยังเสียภาษีในอัตราประมาณ 10% หรือสูงกว่าเล็กน้อย แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าจะตั้งโรงงานและผลิตรถยนต์ชดเชยในประเทศไทยภายในปี 2571 รวมถึงต้องมีคุณสมบัติด้านการลงทุนและการใช้ชิ้นส่วนในประเทศตามที่กำหนด

ดังนั้นตัวเลข 30–40% จึงควรมองว่าเป็น “อัตราที่กำลังถูกพิจารณา” สำหรับรถ EV นำเข้าบางกลุ่ม มากกว่าจะนำไปตีความว่าเป็นภาษีใหม่ที่มีผลกับ EV ทุกคันแล้วในปัจจุบัน


ถ้าภาษี EV นำเข้าขึ้นจริง ราคารถปลายปีอาจเปลี่ยนอย่างไร?

หากขึ้นภาษีรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับรถนำเข้าบางประเภทจริง สิ่งแรกที่ผู้บริโภคอาจรู้สึกได้คือราคาขายและโปรโมชั่นของรถแต่ละรุ่นเริ่มแตกต่างกันมากขึ้น

EV นำเข้าล้วนมีโอกาสเจอต้นทุนสูงขึ้น

กลุ่มที่มีโอกาสได้รับผลกระทบโดยตรงคือรถ EV แบบ CBU หรือรถสำเร็จรูปนำเข้าทั้งคัน โดยเฉพาะแบรนด์ที่ยังไม่มีโรงงานหรือไม่มีแผนผลิตชดเชยในประเทศไทยตามเงื่อนไขรัฐ หากอัตราภาษีเพิ่มขึ้น ต้นทุนของผู้นำเข้าก็เพิ่มขึ้นตาม ซึ่งค่ายรถอาจเลือกปรับราคารถ EV เพิ่ม หรือใช้วิธีลดส่วนลดและโปรโมชั่นแทน

อย่างไรก็ตามไม่สามารถสรุปได้ว่าภาษีเพิ่ม 20% แล้วราคาขายจะเพิ่มขึ้น 20% ทันที เพราะผู้ผลิตยังสามารถบริหารต้นทุน กำไร อัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงใช้ส่วนลดเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันได้

EV ที่ผลิตในไทยอาจได้เปรียบมากขึ้น

ในทางกลับกันรถ EV ผลิตในไทย อาจมีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนและภาษีมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ผลิตที่ลงทุนตั้งโรงงานและเข้าเงื่อนไขด้าน Local Content นี่อาจทำให้ในอนาคต ผู้ซื้อเห็นความแตกต่างของราคาระหว่าง EV นำเข้ากับ EV ที่ผลิตในไทยชัดขึ้น จากเดิมที่การแข่งขันมักเกิดขึ้นระหว่างแบรนด์หรือขนาดแบตเตอรี่ ต่อไป “ผลิตที่ไหน” อาจกลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญของราคา

โครงสร้างภาษีใหม่ อิงการปล่อย CO2


โครงสร้างภาษีใหม่ เตรียมใช้ CO₂ เป็นเกณฑ์สำคัญ

นอกจาก EV นำเข้าแล้ว อีกเรื่องที่มีผลกับตลาดรถยนต์ในระยะยาวคือการปรับภาษีรถยนต์ตาม CO₂ อธิบดีกรมสรรพสามิตระบุว่า แนวทางที่กำลังพิจารณาจะใช้ระดับการปล่อย CO₂ เป็นดัชนีสำคัญในการจำแนกและให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นรถ BEV เพียงอย่างเดียว

นั่นหมายความว่า รถสันดาป รถ HEV รถ PHEV หรือ EREV หากสามารถลดการปล่อย CO₂ ลงได้ ก็อาจมีโอกาสได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงสร้างภาษีใหม่เช่นกัน

รถปล่อยมลพิษสูง มีโอกาสเสียภาษีมากขึ้น

แนวทางดังกล่าวสะท้อนหลักการง่าย ๆ คือ รถที่สร้างมลภาวะมากควรมีต้นทุนด้านภาษีมากกว่า ขณะที่รถที่ปล่อย CO₂ ต่ำกว่าควรได้รับแรงจูงใจทางภาษี สำหรับรถยนต์สันดาป ICE การปล่อย CO₂ จึงมีความสำคัญมากขึ้น ไม่ใช่ดูเพียงขนาดเครื่องยนต์ว่า 1,500 ซีซี หรือ 2,000 ซีซีเท่านั้น

ผู้ซื้อรถในอนาคตจึงอาจต้องเริ่มดูตัวเลข “CO₂ กรัมต่อกิโลเมตร” ควบคู่ไปกับแรงม้า อัตราสิ้นเปลือง และขนาดเครื่องยนต์ เพราะตัวเลขดังกล่าวอาจสัมพันธ์กับอัตราภาษีและราคาขายรถมากขึ้นเรื่อย ๆ

HEV และ PHEV ยังมีบทบาทสำคัญ

การปรับระบบไม่ได้หมายความว่ารัฐจะสนับสนุนเฉพาะ BEV เท่านั้น เนื่องจากประเทศไทยยังมีฐานการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและผู้ผลิตชิ้นส่วนจำนวนมาก การให้ HEV, PHEV และ EREV มีโอกาสได้รับสิทธิประโยชน์ตามระดับการปล่อย CO₂ จึงช่วยให้ผู้ผลิตเดิมสามารถปรับตัวเข้าสู่ยุคยานยนต์พลังงานสะอาดได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป

ปัจจุบันมาตรการ HEV ที่เข้าเงื่อนไขในช่วงปี 2569–2575 ก็กำหนดอัตราภาษีโดยอิงกับการปล่อย CO₂ เช่น รถที่ปล่อยไม่เกิน 100 กรัม/กิโลเมตร มีอัตราภาษี 6% และช่วง 101–120 กรัม/กิโลเมตรอยู่ที่ 9% ภายใต้เงื่อนไขการลงทุนและการผลิตที่กำหนด

ค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ ที่นอกเหนือจากภาษีสรรพสามิตรถยนต์


นอกจากภาษีสรรพสามิต ยังมีค่าใช้จ่ายอะไรอีกบ้าง?

การวางงบประมาณสำหรับรถหนึ่งคันไม่ควรมองเฉพาะภาษีสรรพสามิตรถยนต์ เพราะยังมีภาษีและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถอีกหลายรายการ

1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT
รถยนต์ที่จำหน่ายในประเทศไทยอยู่ภายใต้ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งของโครงสร้างราคาที่ผู้บริโภคจ่าย ดังนั้นหากต้นทุนก่อนขายเพิ่มขึ้นจากภาษีหรือค่าใช้จ่ายด้านอื่น ผลกระทบต่อราคาสุทธิอาจไม่ได้เกิดจากภาษีสรรพสามิตรายการเดียว

2. อากรขาเข้ารถยนต์
หากเป็นรถยนต์นำเข้ายังต้องพิจารณาเรื่องอากรขาเข้า โดยอัตราจริงแตกต่างกันตามพิกัดศุลกากร ประเทศต้นทาง และสิทธิภายใต้ข้อตกลงการค้า จึงควรระวังการนำคำว่า “ภาษีนำเข้า” และ “ภาษีสรรพสามิต” มาใช้แทนกัน เพราะเป็นภาษีคนละประเภท แม้ทั้งสองรายการสามารถส่งผลต่อต้นทุนของรถนำเข้าได้เหมือนกัน

3. พ.ร.บ. รถยนต์
หลังเป็นเจ้าของรถแล้ว ยังมี พ.ร.บ. รถยนต์ หรือประกันภัยภาคบังคับที่ต้องจัดทำตามกฎหมาย และจำเป็นสำหรับการดำเนินการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี นอกเหนือจาก พ.ร.บ. เจ้าของรถจำนวนมากยังมีค่าเบี้ยประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ รวมถึงค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำมันหรือค่าไฟ และค่าเสื่อมราคาที่ควรนำมาคำนวณเป็นต้นทุนในการมีรถด้วย

4. ภาษีรถยนต์ประจำปี
ต้องทำความเข้าใจว่า ภาษีประเภทนี้ไม่ใช่ภาษีเดียวกับภาษีสรรพสามิต ดังนั้นข่าวเรื่องการปรับขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า 30–40% จึงไม่ได้หมายความว่าคนที่มี EV อยู่แล้วจะต้องจ่ายค่าต่อภาษีประจำปีเพิ่มขึ้นเป็น 30–40% ตามไปด้วย

ภาษีรถยนต์น้ำมันประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่งยังคำนวณตามขนาดเครื่องยนต์แบบขั้นบันได ได้แก่

  • 1–600 ซีซี อัตรา 0.50 บาทต่อซีซี
  • 601–1,800 ซีซี อัตรา 1.50 บาทต่อซีซี
  • ส่วนที่เกิน 1,800 ซีซี อัตรา 4.00 บาทต่อซีซี

สำหรับรถที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไปจะเริ่มได้รับส่วนลดภาษีตามอายุรถ และลดได้สูงสุด 50% เมื่อรถมีอายุ 10 ปีขึ้นไป ส่วนภาษีรถ EV ประจำปีใช้น้ำหนักรถเป็นหลักในการคำนวณ ไม่ได้คิดตามขนาดซีซีเหมือนรถเครื่องยนต์สันดาป


ภาษีสรรพสามิตกับภาษีรถประจำปี ไม่เหมือนกัน

เมื่อมีข่าวปรับภาษี EV สิ่งสำคัญสำหรับเจ้าของรถคืออย่าสับสนระหว่าง “ภาษีสรรพสามิตรถยนต์” กับ “ภาษีรถยนต์ประจำปี”

ภาษีสรรพสามิตเป็นองค์ประกอบในโครงสร้างภาษีของรถที่ผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่าย และสามารถส่งผลต่อราคาของรถใหม่ได้ ส่วนภาษีรถยนต์ประจำปีเป็นค่าใช้จ่ายที่เจ้าของรถจ่ายทุกปีเพื่อให้สามารถใช้งานรถที่จดทะเบียนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ดังนั้นหากในอนาคตรัฐปรับภาษีสรรพสามิต EV นำเข้า จากประมาณ 10% ไปอยู่ในระดับ 30–40% ตามแนวทางที่กำลังหารือ ก็ไม่ได้หมายความว่าค่าต่อภาษีประจำปีของ EV ที่ผู้บริโภคครอบครองอยู่จะเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน

วางแผนซื้อรถปลายปี 2569


ซื้อรถปลายปี 2569 ควรรีบซื้อหรือรอดูสถานการณ์?

สำหรับคนที่กำลังวางแผนซื้อรถปลายปี 2569 ยังไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจเพียงเพราะเห็นข่าวภาษี EV 30–40% เนื่องจากอัตราดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและรายละเอียดของมาตรการเปลี่ยนผ่านยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ สิ่งที่ควรทำคือดูว่ารถรุ่นที่สนใจเป็นรถผลิตในประเทศไทยหรือรถนำเข้า หากเป็น EV นำเข้าควรติดตามว่าผู้ผลิตมีแผนตั้งโรงงานหรือเข้าร่วมเงื่อนไขผลิตชดเชยหรือไม่

นอกจากนี้ช่วงปลายปีมักเป็นช่วงที่ค่ายรถต้องการเร่งยอดขาย จึงอาจมีโปรโมชั่นรถปลายปี เช่น ส่วนลดราคา ดอกเบี้ยพิเศษ ฟรีประกัน หรือแพ็กเกจบำรุงรักษา ซึ่งสามารถช่วยชดเชยต้นทุนบางส่วนได้ สำหรับคนที่ไม่ได้ยึดติดว่าต้องเป็น BEV การเปรียบเทียบ ICE, HEV และ PHEV ก็อาจมีความน่าสนใจมากขึ้น เพราะหากโครงสร้างใหม่เน้น CO₂ เป็นหลัก รถไฮบริดที่มีประสิทธิภาพสูงอาจมีความได้เปรียบด้านภาษีมากขึ้นเช่นกัน


ทิศทางราคารถยนต์ช่วงปลายปี 2569

สุดท้ายแล้วข่าวการปรับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 2569 ไม่ได้มีผลเพียงเรื่องว่ารถคันไหนจะแพงหรือถูกลงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนทิศทางของตลาดรถยนต์ไทยในอนาคต จากเดิมที่แบ่งกันชัดเจนว่าเป็นรถน้ำมันหรือรถไฟฟ้า กำลังเปลี่ยนไปสู่ระบบที่ให้ความสำคัญกับการปล่อย CO₂ การผลิตในประเทศ และการใช้ชิ้นส่วนไทยมากขึ้น

สำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อรถช่วงปลายปีนี้ จึงควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับภาษี EV นำเข้า 30–40% อย่างใกล้ชิด เพราะ ณ ปัจจุบันตัวเลขดังกล่าวยังเป็นแนวทางที่อยู่ระหว่างพิจารณา ไม่ใช่อัตราที่มีผลบังคับใช้กับรถ EV นำเข้าทุกรุ่นแล้ว ส่วนผู้ที่มีรถอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถน้ำมัน ไฮบริด หรือ EV ก็อย่าลืมตรวจสอบวันครบกำหนดภาษีประจำปี และดำเนินการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ให้เรียบร้อย เพื่อให้สามารถใช้รถบนท้องถนนได้อย่างถูกต้องและสบายใจมากขึ้น

ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ กับ Motorist


คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1. ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ EV จะขึ้นเมื่อไหร่?
- ขณะนี้แนวทางปรับขึ้นภาษี EV นำเข้าบางกลุ่มยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ยังไม่มีประกาศใช้กับรถ EV ทุกรุ่นอย่างเป็นทางการ

2. EV นำเข้าจะเสียภาษี 30–40% จริงหรือไม่?
- ตัวเลข 30–40% เป็นกรอบอัตราที่มีการเสนอสำหรับ EV นำเข้าที่ไม่มีฐานการผลิตในไทยบางกลุ่ม ยังไม่ใช่อัตราที่บังคับใช้แล้วในปัจจุบัน

3. รถ EV ที่ผลิตในไทยจะโดนขึ้นภาษีด้วยหรือไม่?
- แนวทางที่กำลังพิจารณามุ่งเน้น EV นำเข้าที่ไม่มีฐานผลิตหรือแผนผลิตชดเชยในไทยเป็นหลัก รถที่ผลิตในประเทศอาจได้รับเงื่อนไขแตกต่างออกไป

4. ขึ้นภาษี EV แล้วราคารถจะแพงขึ้นทันทีหรือไม่?
- ไม่จำเป็นต้องขึ้นในสัดส่วนเดียวกับภาษี เพราะราคาขายยังขึ้นอยู่กับต้นทุน กำไร ส่วนลด และโปรโมชั่นของผู้ผลิตแต่ละราย

5. ทำไมรัฐจึงต้องการปรับภาษีรถ EV นำเข้า?
- หนึ่งในเป้าหมายคือสร้างความสมดุลในอุตสาหกรรม และจูงใจให้ค่ายรถเข้ามาตั้งโรงงาน ผลิตรถ และใช้ชิ้นส่วนในประเทศไทยมากขึ้น

6. รถน้ำมันจะได้รับผลกระทบจากโครงสร้างภาษีใหม่หรือไม่?
- มีโอกาสได้รับผลกระทบ เพราะแนวทางใหม่ให้ความสำคัญกับการปล่อย CO₂ มากขึ้น รถที่ปล่อยมลพิษสูงอาจมีภาระภาษีสูงกว่า

7. รถ Hybrid และ PHEV จะเสียภาษีเพิ่มขึ้นหรือไม่?
- ขึ้นอยู่กับระดับการปล่อย CO₂ และเงื่อนไขของรถแต่ละประเภท รถที่ปล่อยมลพิษต่ำยังมีโอกาสได้รับอัตราภาษีที่ได้เปรียบกว่า

8. ภาษีสรรพสามิตกับภาษีรถยนต์ประจำปีเหมือนกันหรือไม่?
- ไม่เหมือนกัน ภาษีสรรพสามิตเกี่ยวข้องกับโครงสร้างต้นทุนของรถใหม่ ส่วนภาษีรถยนต์ประจำปีเป็นค่าใช้จ่ายที่เจ้าของรถต้องชำระทุกปี

9. ถ้าภาษี EV นำเข้าขึ้น ค่าต่อภาษี EV ประจำปีจะขึ้นตามหรือไม่?
- ไม่จำเป็น เพราะภาษีประจำปีของ EV ใช้หลักการคำนวณตามน้ำหนักรถ และไม่ได้เพิ่มขึ้นตามอัตราภาษีสรรพสามิตโดยตรง

10. ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ได้หรือไม่?
- ได้ เจ้าของรถสามารถต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ผ่านช่องทางเว็บไซต์ Motorist


มีรถแล้วอย่าลืมต่อภาษีรถยนต์ที่ Motorist

ไม่ว่าจะตัดสินใจซื้อรถ EV, รถ Hybrid หรือรถน้ำมันในช่วงปลายปี สิ่งหนึ่งที่เจ้าของรถทุกคนต้องวางแผนเป็นค่าใช้จ่ายประจำคือการต่อภาษีรถยนต์ โดยผู้ใช้รถสามารถต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ และต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ ได้สะดวกรวดเร็วที่ Motorist และหากเป็นรถยนต์ที่มีอายุเกิน 7 ปี จะต้องผ่านการตรวจสภาพจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน หรือ ตรอ. ก่อน โดยปัจจุบันรถที่มีอายุเกิน 7 ปีก็สามารถดำเนินการต่อภาษีออนไลน์ได้หลังผ่านการตรวจสภาพตามเงื่อนไขแล้วได้เลย


ต้องการ ประเมินราคารถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…

0 ความคิดเห็น