IM LS8 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในจีน ด้วยขุมพลังไฟฟ้าขยายระยะทางหรือ EREV พร้อมวิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 430 กม. ระยะทางรวมกว่า 1,605 กม.
นี่คือ SUV ไซส์ใหญ่เต็มระบบพร้อมสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V, เทคโนโลยีแชสซีล้ำสมัย และระบบเลี้ยว 4 ล้อ Steer-by-Wire ที่มีความเป็นไปได้สุงว่าน่าจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยภายใต้ชื่อ MG IM8 เหมือนรุ่นอื่นๆก่อนหน้านี้ ทั้ง MG IM5, IM6
ขุมพลังและอิเล็กทรอนิกส์
สำหรับรุ่นที่จำหน่ายในจีนนั้นจะแยกย่อยออกได้ 4 รุ่นย่อย 2 ไซส์แบตเตอรี่:
- 52 Max+: ใช้แบตเตอรี่ LFP ขนาด 52 kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 355 กม. (CLTC) มาพร้อมมอเตอร์ขับหลัง (RWD) ให้กำลังสูงสุด 230kW หรือราว 308 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 ที่ 7.3 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 190กม./ชม.
- 66 Ultra: ใช้แบตเตอรี่ LFP ขนาด 66 kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 430 กม. (CLTC) ขุมพลังขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ AWD พละกำลังรวม 2 มอเตอร์ 390kW (523 แรงม้า) ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ใน 4.7 วินาที และขยับท็อปสปีดไปที่ 220 กม./ชม.
นอกจากนี้ IM LS8 ยังได้ติดตั้งระบบสำหรับปั่นไฟ ขยายระยะทางวิ่ง EREV "Stellar" Super Extended Range ที่เป็นการร่วมกันทำงานระหว่างสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูง 800V และ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 4 สูบ “Zephyr” พร้อมถังน้ำมันขนาด 60 ลิตร… บูสต์ระยะทางวิ่งรวมกันได้กว่า 1,605 กม.
IM Motors LS8 interior.
เทคโนโลยีแชสซีอัจฉริยะ
โครงสร้างของ LS8 นั้นค่อนข้างใหญ่บึกบึนสมขนาด Full-Size SUV ที่ความ ยาว 5,085 มม., กว้าง 2,000 มม., สูง 1,807 มม. และฐานล้อ 3,060 มม. น้ำหนักตัวรถรุ่น 55 Max+ อยู่ที่ 2,540 กก. และ 2,620 กก. ในรุ่นท็อป 66 Ultra
จุดเด่นสำคัญของ LS8 คือระบบ "Lingxi” Digital Chassis 3.0 ซึ่งใช้ช่วงล่างหน้าแบบ Double Wishbone และโช้คหลังมัลติลิงค์ พร้อมระบบ Continuous Damping Control (CDC) ที่มาพร้อมฟังก์ชั่น
- ระบบบังคับเลี้ยวสี่ล้อด้วยสัญญาณไฟฟ้า “Four-wheel Steer-by-Wire” สั่งการผ่านเซ็นเซอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้ล้อหลังเลี้ยวได้สูงสุดถึง 24 องศา ทำให้รถที่มีความยาวกว่า 5 เมตร มีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.85 เมตร (เทียบเท่ารถขนาดเล็ก)
- ระบบ Brake-by-Wire ที่ตอบสนองในระดับมิลลิวินาที สั่งการผ่านเซ็นเซอร์และอิเล็กทรอนิกส์
- ช่วงล่างถุงลมแบบปิด และโช้คอัพไฟฟ้าปรับความหนืดอัตโนมัติ
ดีไซน์และเทคโนโลยีภายใน
ภายในห้องโดยสารของ LS8 ใช้หน้าจอแบบล้อมรอบ มีหน้าจอกลาง 5K MiniLED ขนาด 27.1 นิ้ว และหน้าจอฝั่งผู้โดยสารความละเอียด 3K ขนาด 15.6 นิ้ว ประมวลผลด้วยชิป Qualcomm 8295P พร้อมเครื่องเสียงจาก Bang & Olufsen (B&O) จำนวน 25 ตำแหน่ง (ออปชันเสริม)
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นความสบายอื่นๆเพิ่มเติมเช่น เบาะนั่งที่มาพร้อม 3 ฟังก์ชั่น นวด, อุ่นร้อน, เบาะเป่าลม ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหลังก็มีตู้เย็นขนาด 12.3 ลิตร (ที่สามารถเปลี่ยนเป็นตู้เย็นหรือตู้อุ่นร้อนก็ได้) กระจก Privacy, ฟังก์ชั่นลดเสียงรบกวน และระบบอุ่นพื้น

ระบบช่วยขับขี่ (ADAS)
IM Motors ร่วมมือกับ Momenta ในการพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยใช้ชิป Nvidia Thor (กำลังประมวลผลสูง) และเซนเซอร์ LiDAR ความละเอียด 520 สาย ติดตั้งบนหลังคา ซึ่งสามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางได้ไกลถึง 300 เมตร รองรับการขับขี่อัตโนมัติทั้งในเมืองและทางไกล
สำหรับ IM Motors ในประเทศไทยนั้นทำตลาดภายใต้แบรนด์ MG IM โดยปัจจุบันเปิดตัวมาแล้ว 2 รุ่น คือ MG IM5 และ IM6 ซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างล้นหลาม ด้านความคุ้มค่าทั้งราคาและฟังก์ชั่นที่ได้มา จึงมีความเป็นไปได้สูงที่เราจะได้เห็น IM LS8 เข้ามาทำตลาดในบ้านเราในชื่อ MG IM8 ด้วยความนิยมของรถประเภท Full Size SUV ที่อยู่คู่กับตลาดยานยนต์ไทยมานาน
[cta_car_valuation]
อ่านเพิ่มเติม: รับซื้อรถยนต์มือสอง ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ให้ราคาสูง ภายใน 24 ชั่วโมง
ต้องการ ราคาประเมินรถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…
