Leapmotor ในเครือ Stellantis เผยภาพภายในห้องโดยสารมินิแวนเรือธง “D99” เปลี่ยนรถให้เป็นห้องรับแขกสุดหรู พร้อมทางเลือกขุมพลัง EV 1000V และ EREV
Leapmotor D99 เป็นมินิแวนระดับ Full-size Luxury MPV สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรมทางเทคโนโลยีขั้นสูง “LEAP 4.0” หลังจากเปิดตัวดีไซน์ภายนอกไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยรถรุ่นนี้จัดเต็มออปชันความสะดวกสบายเหมือนห้องรับแขกเคลื่อนที่ พร้อมอัดเทคโนโลยีระบบช่วงล่างถุงลม Dual-chamber และชิปประมวลผลการขับขี่สุดทรงพลัง ท้าชนคู่แข่งระดับพรีเมียมในตลาดโลกอย่างเต็มตัว
ประเด็นสำคัญ:
- เบาะแถวที่ 2 สามารถหมุนได้ 90 และ 180 องศาเพื่อหันหน้าเข้าหาแถวสาม พร้อมโต๊ะกลางขนาดใหญ่
- เบาะแถวหน้าและแถวสามเอนราบเชื่อมต่อเป็นเตียงนอนได้ และเบาะแถวสามปรับพับแบนราบหรือพับกลับด้านเป็น "เบาะนั่งท้ายรถได้”
- ขุมพลังมีทั้งรุ่น EV 1000V (แบตเตอรี่ 115 kWh วิ่งได้ 700 กม.) และรุ่น EREV 800V (วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 352 กม. มีเครื่องยนต์ 1.5T ปั่นไฟ)
- ช่วงล่างใช้ถุงลมแบบปิด Dual-chamber ทำงานร่วมกับระบบควบคุมความหนืดอัจฉริยะ CDC
- อัปเดตยอดขาย เมื่อเมษายน 2026 ที่ผ่านมา Leapmotor ทำยอดขายทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 71,387 คัน (โตขึ้น 73.9% YoY)
เบาะแถวสองปรับหมุนได้
ดีไซน์ห้องโดยสารอัจฉริยะ
Leapmotor D99 มาพร้อมการจัดวางเบาะนั่งแบบ 2+2+3 เน้นความอเนกประสงค์ขั้นสุด โดยมีไฮไลท์อยู่ที่ความสามารถในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้งาน:
- เบาะแถวสองหมุนได้: สามารถหมุนได้ 90 องศาเพื่อเปิดรับชมวิวข้างทาง หรือหมุน 180 องศาหันหน้าเข้าหาเบาะแถวสาม พร้อมติดตั้งโต๊ะกลางขนาดใหญ่เพื่อเปลี่ยนรถเป็นห้องประชุมหรือห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่
- เบาะแถวแรกและแถวสามพับราบได้: เบาะคู่หน้าสามารถเอนลงมาเชื่อมต่อกับเบาะแถวสอง แปลงสภาพเป็นที่นอนขนาดใหญ่ได้
- เบาะแถวสามอเนกประสงค์: มาพร้อมระบบทำความร้อน และระบบพับไฟฟ้า โดยสามารถพับเรียบเนียนไปกับพื้นห้องสัมภาระท้ายรถ หรือจะพลิกกลับด้านหลังเพื่อเปลี่ยนเป็น เบาะนั่งสำหรับนั่งพักผ่อนท้ายรถได้อีกด้วย
- ความบันเทิงครบครัน: แผงคอนโซลหน้าสืบทอดดีไซน์มาจากรุ่น D19 มีหน้าจอกลางขนาดใหญ่, มาตรวัด LCD และจอแสดงผลบนกระจกหน้า (HUD) พร้อมหน้าจอความบันเทิงติดเพดานสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ดีไซน์ภายนอกและมิติตัวถัง
ภายนอกยังคงเอกลักษณ์ล้ำสมัย ด้วยไฟหน้าแบบแบ่งเลเยอร์ และล้อ Pie-shaped มาพร้อมไฟหน้าอัจฉริยะ DLP Projection Headlights ที่สามารถฉายภาพลงบนพื้นถนนได้ และแผงไฟท้ายแบบ ISD Interactive Light Screens ที่ใช้หลอด LED มากถึง 8,260 ดวงในการสื่อสารกับรถที่ขับตามมาได้
มิติตัวถังมีความยาว 5,280 มม. / ความกว้าง 1,995 มม. / ความสูง 1,880 - 1,900 มม. และมีฐานล้อยาวถึง 3,110 มม. ซึ่งให้ความโปร่งโล่งระดับรถตู้ผู้บริหาร
ภายในของ Leapmotor D99
ราคาและการวางจำหน่าย
ในด้านราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการและกำหนดการส่งมอบในแต่ละภูมิภาคยังไม่มีการประกาศตัวเลขแน่ชัด แต่การปล่อยภาพภายในห้องโดยสารชุดนี้ออกมาถือเป็นการส่งสัญญาณพร้อมรบในกลุ่มมินิแวนหรูระดับราคาประมาณ 300,000 หยวน (ราว 1.5 ล้านบาท)
ความน่าสนใจในปัจจุบันคือความแข็งแกร่งของแบรนด์ Leapmotor ที่มียอดขายในเดือนเมษายน 2026 พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 71,387 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 73.9% สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มให้การยอมรับแบรนด์นี้อย่างล้นหลาม และเมื่อรวมพลังกับเครือข่ายระดับโลกของ Stellantis ทำให้มินิแวน D99 รุ่นนี้ มีโอกาสสูงมากที่จะถูกส่งออกไปทำตลาดพรีเมียมในยุโรป และอาจรวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต
“มีโอกาสเข้าไทยไหม?” – หากแบรนด์ได้รับการตอบรับที่ดีในรุ่นที่จำหน่ายอยู่ปัจจุบัน (C10, B10) ก็อาจมีโอกาสลุ้นที่รถมินิแวนพรีเมียมรุ่นนี้จะถูกนำเข้ามาจำหน่ายในไทยเพื่อท้าชนกับรถตู้หรูเจ้าตลาดอยู่ไม่น้อยครับ
สเป็กเบื้องต้น Leapmotor D99:
| รายละเอียด | รุ่น EREV (Extended-Range) | รุ่น EV |
| สถาปัตยกรรม | 800V แรงดันสูง |
1,000V แรงดันสูง |
| ความจุแบตฯ | 80.3 kWh |
115 kWh |
| ระยะทางวิ่ง EV | 352 กม. (WLTC) |
700 กม. (CLTC) |
| ขุมพลัง | เครื่องยนต์ 1.5T + Dual Electric Motors | Dual Electric Motors |
| พละกำลัง | หน้า: 100kW (134 hp) / หลัง: 200kW (268 hp) |
หน้า: 180kW (241 hp) / หลัง: 230kW (308 hp) |
| ช่วงล่าง | Dual-chamber + CDC |
|
| ชิปประมวลผล | Snapdragon 8797 x2 / 1,280 TOPS |
|
ต้องการ ประเมินราคารถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…
