BYD Denza N9 Flash Charge Edition has officially launched in China. The luxury full-size SUV is priced starting at 2.08 million Baht
Denza แบรนด์รถยนต์ระดับพรีเมียมในเครือ BYD ฉลองความสำเร็จในการผลิตรถยนต์ครบ 500,000 คัน ด้วยการเปิดตัวรถทึ่จะเป็นประวัติศาสตร์อีกรุ่นในชื่อ Denza N9 "Flash Charge Edition" SUV ขนาด Full-size ที่อัปเกรดขุมพลังมาใหม่และระบบ Flash Charge เป็นครั้งแรก
การขยับตัวในตลาดจีนครั้งนี้จัดเป็นการยกระดับรถยนต์ PHEV ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดทั้งด้านความแรงและความสะดวกสบาย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลระดับเรือธงที่มีลุ้นเข้ามาสร้างความฮือฮาให้กับตลาดประเทศไทยในอนาคตต่อจาก รุ่นพี่ MPV อย่าง Denza D9
ประเด็นสำคัญ:
- เทคโนโลยี Flash Charge: ชาร์จจาก 10% ถึง 70% ได้ใน 5 นาที และเต็ม 97% ในเวลาเพียง 9 นาทีเท่านั้น
- Blade Battery เจนฯ 2: แบตเตอรี่รุ่นล่าสุดขนาด 75.3 kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 420 กม. และวิ่งรวมระยะไฮบริดได้ไกลถึง 1,520 กม. (CLTC)
- ขุมพลัง Tri-motor 912 แรงม้า: ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ 2.0T อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.7 วินาที
- วงเลี้ยวแคบ: มาพร้อมระบบเลี้ยวล้อหลังอิสระ 20 องศา ทำให้รได้รัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 4.65 เมตร
- ราคาดี: เปิดตัวในจีน 3 รุ่นย่อย เริ่มต้นที่ 409,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราวๆ 2.08 ล้านบาท
BYD Denza N9
เทคโนโลยีชาร์จไวและสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์
ความโดดเด่นของ Denza N9 Flash Charge Edition คือการเป็นรถยนต์ PHEV “รุ่นแรก” ที่ติดตั้ง Blade Battery เจนเนอเรชันที่ 2 ขนาด 75.3 kWh ได้ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วนถึง 420 กม. และ 1,520 กิโลเมตร เมื่อทำงานร่วมกับระบบไฮบริดเต็มตัว
ด้านระบบ Flash Charge ของ BYD นั้น การันตีความเร็วในการชาร์จจาก 10% ถึง 70% ได้ใน 5 นาที และชาร์จเกือบเต็ม 97% ได้ภายใน 9 นาที โดย BYD ตั้งเป้าขยายสถานีชาร์จประเภทนี้ให้ครอบคลุมรัศมีทุกๆ 3 กิโลเมตรในเมืองใหญ่ทั่วประเทศจีนภายในสิ้นปี 2026
สมรรถนะขั้นเทพ บนแพล็ตฟอร์ม e3
ตัวรถถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มอัจฉริยะ “e3” ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาป 2.0T (207 แรงม้า) ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว แบ่งเป็นมอเตอร์หน้า 268 แรงม้า และมอเตอร์หลังคู่ตัวละ 322 แรงม้า รีดพละกำลังรวมทั้งระบบได้สูงถึง 912 แรงม้า
นอกจากความแรงแล้ว ยังมีระบบควบคุมตัวถังอัจฉริยะ DiSus-A พ่วงระบบเลี้ยวล้อหลังอิสระด้วยมอเตอร์คู่ที่ทำมุมได้ถึง 20 องศา ส่งผลให้รถคันนี้มีความคล่องตัวสู แม้จะมีขนาดตัวใหญ่ มีรัศมีวงเลี้ยวแคบเทียบเท่ารถคอมแพ็ค และมาพร้อมฟังก์ชัน “การหมุนกลับรถแบบเข็มทิศ (Compass U-turn)” , เคลื่อนรถแบบ Crab Walk ได้ 15 องศา และระบบรักษาเสถียรภาพตัวรถขั้นสูงสุดในกรณีเกิดยางระเบิดขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง
ดีไซน์ภายใน BYD Denza N9
ภายในห้องโดยสาร AI ระดับลักชู
แม้ภายนอกจะดีไซน์ออกมาอย่างดุดันสไตล์รถไฟฟ้าพรีเมียม มาพร้อมไฟหน้า LED แบบสองชั้น และล้อฟอร์จปัดเงาขนาดใหญ่เต็มซุ้มล้อถึง 22 นิ้ว โดยมีตัวถังขนาดใหญ่ ที่มีความยาวกว่า 5,258 มม. และระยะฐานล้อกว้างถึง 3,125 มม. แต่ภายในห้องโดยสารกลับออกแบบมาสปอร์ตหรูหรา พร้อมเทคโนโลยีการแสดงผลรอบทิศทาง:
- หน้าจอคอนโซลกลางขนาดใหญ่ 17.3 นิ้ว
- หน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าและเรือนไมล์ขนาด 13.2 นิ้ว
- หน้าจอแสดงผลยิงขึ้นกระจกบังลมหน้า (HUD) ขนาดใหญ่ถึง 50 นิ้ว
นอกจากนี้ ยังตกแต่งพื้นที่ภายในด้วยวัสดุไม้แท้, ปุ่มกดโลหะ, หลังคาบุด้วยผ้าหนังกลับ และเบาะนั่ง Diamond Stitching ขับเคลื่อนความอัจฉริยะด้วยระบบ AI Intelligent Cockpit รุ่นล่าสุด ควบคู่กับระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง God’s Eye 5.0
ราคาจำหน่ายแต่ละรุ่นย่อย
Denza N9 Flash Charge Edition เปิดตัววางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศจีนทั้งหมด 3 รุ่นย่อย โดยเคาะราคาจำหน่ายรุ่นเริ่มต้น ที่ 409,800 หยวน (ประมาณ 2,080,000 บาท) ไปจนถึงรุ่นท็อปสุด ที่ 469,800 หยวน (ประมาณ 2,390,000 บาท)
ประเทศไทยมีลุ้นไหม? – ปัจจุบัน Denza ประเทศไทยกำลังทำตลาดรุ่น D9 ได้อย่างยอดเยี่ยม และการที่ Denza N9 ได้รับการตอบรับในจีนอย่างล้นหลามจนมียอดผลิตรวมของแบรนด์ทะลุ 500,000 คัน ทำให้มีความเป็นไปได้สูงมากที่ BYD ประเทศไทย อาจจะพิจารณานำ Denza N9 เข้ามาเป็นตัวเลือกในกลุ่มลักชัวรี Full-size SUV เพื่อท้าชนกับค่ายยุโรปเพิ่มเติมอีก
ต้องการ ประเมินราคารถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…
