Vision BMW ALPINA เปิดตัวรถ Coupe ต้นแบบสุดหรู นิยามใหม่แห่งความแรงและความประณีต จากเครือ BMW Group

เผยแพร่โดย เมื่อ

Vision BMW ALPINA unveils luxury concept coupe, redefining power and craftsmanship within BMW Group

Vision BMW ALPINA เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เตรียมเปิดศักราชใหม่ให้กับแบรนด์ “ALPINA” ใต้ร่มเงาของ BMW Group

เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Concorso d’Eleganza Villa d’Este 2026 สำหรับ Vision BMW ALPINA รถยนต์ต้นแบบคันแรกของแบรนด์ ALPINA ภายใต้ร่มเงาของ BMW Group โดยชู 3 แก่นหลักอันเป็น DNA ของแบรนด์: ความเร็ว (Speed), ความสะดวกสบาย (Comfort) และความประณีตขั้นสุด (Sophistication) เพื่ออุดช่องว่างทางการตลาด Ultra-luxury ระหว่าง BMW และ Rolls-Royce โดยมี Mercedes-Maybach เป็นคู่แข่งสำคัญ

ประเด็นสำคัญ:

  • ตัวถังคูเป้ขนาดใหญ่(มาก): ความยาวตัวรถ 5,200 มม. เน้นเตี้ยและกว้าง รองรับผู้ใหญ่ 4 ที่นั่งได้อย่างสบายๆ
  • ขุมพลังเครื่องยนต์ V8: ให้เสียงท่อไอเสียอันเป็นเอกลักษณ์ของ ALPINA ทุ้มลึกในรอบต่ำและกังวาลในรอบสูง
  • เส้น "Speed Feature Line": เอียง 6 องศา ลากยาวขนานกันทั้งภายนอกและภายใน
  • ล้ออัลลอยซี่ 20 ก้าน: เอกลักษณ์ของแบรนด์ตั้งแต่ปี 1971 มาในขนาด 22 นิ้วที่ด้านหน้า และ 23 นิ้วที่ด้านหลัง
  • โหมด "Comfort+": มอบความนุ่มนวลเหนือระดับตามปรัชญาประจำแบรนด์ "ผู้ขับขี่ที่นั่งสบาย ย่อมขับรถได้เร็วกว่า"

The Vision BMW ALPINA's exterior designดีไซน์ภายนอกของ Vision BMW ALPINA

ดีไซน์ภายนอก

Vision BMW ALPINA เป็นการนำสเน่ห์คลาสสิคของ ALPINA B7 Coupé (โมเดล E24 ในยุค 70s) มาตีความใหม่ในคราบโมเดิร์นคลาสสิค:

  • Shark Nose + กระจังหน้า 3 มิติ: ดีไซน์ด้านหน้าลาดเอียงแบบฉลาม พร้อมกระจังหน้าคู่ BMW 3 มิติ ล้อมรอบด้วยไฟส่องสว่างสี Warm-White ซ่อนลายเส้น Deco-line แบล็คไลท์ด้านใน ซึ่งจะเรืองแสงชัดขึ้นเมื่อเปิดใช้งาน
  • Speed Feature Line: เส้นนำสายตาที่เอียงทำมุม 6 องศา ลากจากมุมกันชนหน้าผ่านด้านข้างตัวถังไปจนถึงท้ายรถ
  • Deco-Lines ใต้ชั้นแลกเกอร์: เส้นแถบสติ๊กเกอร์คาดข้างตัวถังอันเป็นเอกลักษณ์ของ Alpina ตั้งแต่ปี 1974 ถูกยกระดับใหม่โดยใช้วิธีพ่นสีลงใต้ชั้นเคลือบใส (Clear Coat) แทนการแปะสติ๊กเกอร์แบบเดิม
  • รายละเอียดขัดเงา: ท่อไอเสียปลายคู่ทรงวงรีแยกออกสองฝั่ง และตัวอักษร "ALPINA" บนสเกิร์ตหน้าทำจากโลหะขัดเงาขุดขึ้นรูป

ห้องโดยสารเรียบหรู ดีเทลงานคราฟต์

ห้องโดยสารออกแบบเน้นพื้นที่ใช้สอยและวัสดุเกรดสูง แผงคอนโซลถูกแบ่ง segment ด้วยเส้นเอียง 6 องศา (ส่วนบนโทนสีเข้ม ส่วนล่างโทนสีอ่อน):

  • วัสดุภายในใช้หนังแท้ Full-grain ส่งตรงจากเทือกเขาแอลป์ เดินด้ายสลับสีน้ำเงินและสีเขียว ซึ่งเป็นสีประจำแบรนด์
  • ปุ่มควบคุมและชิ้นส่วนโลหะต่างๆภายในรถ ใช้เทคนิคการปาดเงาและการขัดซาตินแบบเดียวกับการผลิตนาฬิกาหรู ส่วนปุ่มควบคุมการขับขี่ทำจากคริสตัลแท้
  • บริเวณคอนโซลกลางด้านหลัง มีช่องเก็บขวดน้ำและแก้วคริสตัล ALPINA ที่มีกลไกยกตัวขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ตัวแก้วแกะสลักเส้นเดโค 20 เส้น และตัดขอบเอียง 6 องศา ยึดแน่นด้วยแม่เหล็กที่ซ่อนอยู่
  • มาพร้อมระบบความบันเทิง BMW Panoramic iDrive เต็มความกว้างแผงคอนโซล พร้อมจอฝั่งผู้โดยสาร และจอแสดงผล HUD ที่จะเปลี่ยนสีและกราฟิกเข้มข้นขึ้นเมื่อสลับจากโหมด Comfort+ เข้าสู่โหมด Speed โดยภาพพื้นหลังดิจิทัลจำลองทัศนียภาพของเทือกเขาแอลป์ในมุมมองของเมือง Buchloe (เมืองต้นกำเนิดแบรนด์)

สมรรถนะและช่วงล่าง

ตัวรถมาพร้อมกับช่วงล่างระบบดิจิทัลที่ยังคงฟังก์ชัน Comfort+ เอาไว้ ซึ่งคุณ Burkard Bovensiepen ผู้ก่อตั้งในปี 1965 เคยให้ปรัชญาไว้ว่า "ในสนามแข่งความอึด ในขณะที่คู่แข่งพยายามลดน้ำหนักตัวรถ แต่เรากลับเพิ่มฟองน้ำหนานุ่มให้กับเบาะคนขับ เพราะเราเชื่อว่า คนขับที่รู้สึกสบายที่สุด จะกลายเป็นคนที่ขับได้เร็วที่สุดและควบคุมรถได้นิ่งที่สุดในระยะทางไกล"

Vision BMW ALPINA on rollingVision BMW ALPINA

สถานการณ์และทิศทางของแบรนด์ในปี 2026

ปี 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญเนื่องจาก ALPINA ได้ควบรวมเข้ามาเป็น Exclusive Brand ภายใต้กลุ่ม BMW Group อย่างเต็มตัว เพื่อทำตลาดในกลุ่ม High-end และกลุ่มมหาเศรษฐี Ultra high net worth ที่ต้องการความหรูหราแต่ไม่อยากเป็นที่สะดุดตามากนัก

สำหรับแฟนๆ รถยนต์หรู: แม้ Vision BMW ALPINA ในตอนนี้ จะเป็นรถต้นแบบเพียงคันเดียวในโลก เพื่อประกาศทิศทางการออกแบบเท่านั้น แต่ทาง BMW ยืนยันแล้วว่า ในปี 2027 ลูกค้าจะได้สัมผัสกับโมเดลจำหน่ายจริงคันแรกภายใต้แบรนด์ BMW ALPINA ยุคใหม่แน่นอน ซึ่งจะพัฒนาและได้รับแรงบันดาลใจมาจากพี่ใหญ่อย่าง BMW 7 Series เป็นรุ่นเปิดหัว!


ต้องการ ประเมินราคารถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…

0 ความคิดเห็น