Mercedes-AMG GT 4-Door Coupé เปิดตัว พร้อมสถาปัตยกรรม “AMG.EA” พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า Axial Flux เจนฯใหม่ แรงบิด 2,000 นิวตันเมตร ชาร์จไฟ 600 kW เร็วที่สุดในโลก
เผยโฉม Mercedes-AMG GT 4-Door Coupé รถสปอร์ตคูเป้ไฟฟ้าล้วน 100% ที่พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มเฉพาะ “AMG.EA (AMG Electric Architecture)” รับเทคโนโลยีโดยตรงจากสนามแข่ง F1 มาพร้อมนวัตกรรม ระบบขับเคลื่อน แบตเตอรี่ และอากาศพลศาสตร์ขั้นสุด
โดยจะเริ่มเปิดให้สั่งจองในตลาดยุโรปช่วงซัมเมอร์ปี 2026 เป็นรถไฟฟ้าระดับเรือธงที่ก้าวข้ามทุกขีดจำกัดเดิมๆ ทั้งด้านความเร็วและระบบชาร์จไฟที่เร็วที่สุดในโลก เตรียมเป็นต้นแบบให้กับรถรุ่นอื่นๆจาก Mercedes-AMG ในอนาคต
ประเด็นสำคัญ:
- 1,000 แรงม้า: ขุมพลังมอเตอร์ Axial Flux 3 ตัว ให้พละกำลังรวมสูงสุด 1,169 แรงม้า แรงบิด 2,000 นิวตันเมตร
- ชาร์จไวที่สุดในโลก: ด้วยกำลังชาร์จ DC สูงสุด 600 kW ชาร์จจาก 10% ถึง 80% ในเวลาเพียง 11 นาที
- อัตราเร่งระดับไฮเปอร์คาร์: เร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.1 วินาที
- แชสซีส์อัจฉริยะ: ช่วงล่างถุงลมไร้เหล็กกันโคลง AMG ACTIVE RIDE CONTROL ผสานระบบเลี้ยวล้อหลัง 6 องศา
- ห้องโดยสารซูเปอร์คอมพิวเตอร์: ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ MB.OS และ AI ประสาน 3 ตัว (ChatGPT, Bing, Gemini)
Mercedes-AMG GT 4-Door Coupé
มอเตอร์ไฟฟ้า Axial Flux และแบตเตอรี่ F1
Mercedes-AMG ร่วมมือกับ YASA ผู้ผลิตมอเตอร์และตัวควบคุมระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสัญชาติอังกฤษ ปฏิวัติระบบขับเคลื่อนด้วยการนำมอเตอร์แบบ “Axial Flux” มาใช้ในรถโปรดักชันเป็นครั้งแรกของโลก โดยติดตั้งมอเตอร์ทั้งหมด 3 ตัว (ด้านหน้า 1 ตัว ทำหน้าที่เป็นบูสเตอร์ตัดต่อการทำงาน และด้านหลัง 2 ตัว ผสานเกียร์ Planetary แบบ Single Stage) มอเตอร์ชนิดนี้ให้กำลังต่อเนื่องและแรงบิดที่สูงกว่ามอเตอร์ไฟฟ้าแบบเดิมอย่างมหาศาล สามารถรีดแรงม้าได้เรื่อยๆโดยที่พละกำลังไม่ตก
ด้านระบบแบตเตอรี่ – เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างทีม Affalterbach และทีมผู้เชี่ยวชาญเครื่องยนต์ F1 (HPP) ในอังกฤษ ใช้แบตเตอรี่ขนาด 106 kWh เป็นเซลล์แบตฯทรงกระบอก สูง 105 มม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 26 มม. ใช้สารเคมี NCMA และเทคโนโลยี Full-tab ช่วยลดความต้านทานภายใน พร้อมใช้น้ำมันชนิดพิเศษที่ไม่นำไฟฟ้าไหลผ่านรอบเซลล์แบตเตอรี่ทั้ง 2,660 เซลล์โดยตรง ควบคุมอุณหภูมิผ่าน Central Coolant Hub (CCH) ทำให้คงอุณหภูมิที่เหมาะสมได้ตลอดเวลา ส่งผลให้รองรับกำลังไฟ DC ได้สูงสุดถึง 600 kW และทำระยะทางวิ่งสูงสุดตามมาตรฐาน WLTP ได้ไกลถึง 700 กิโลเมตร
ระบบช่วงล่าง และแอโร่ไดนามิกส์
ช่วงล่างใช้ระบบไฮดรอลิกเชื่อมต่อโช้คอัพทั้ง 4 ต้นเข้าด้วยกัน (แทนที่เหล็กกันโคลง) สามารถเปิด-ปิดวาล์วอิสระเพื่อความนุ่มนวลสูงสุดตอนวิ่งทางตรง และเพิ่มแรงต้านการโคลงตอนสาดโค้งได้อย่างแม่นยำ พร้อมระบบเลี้ยวล้อหลัง 6 องศา ที่ช่วยลดวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 5.1 เมตรที่ความเร็วต่ำ และเพิ่มความมั่นคงในการเปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูง
และเพื่อจัดการกับพละกำลังระดับพันแรงม้า ตัวรถจึงติดตั้งระบบจัดการลมแปรผันความเร็วสูง AEROKINETICS Venturi Flow แผ่นใต้ท้องรถปรับระดับอัตโนมัติ (ด้านหน้าจาก 120 กม./ชม. และตรงกลางจาก 140 กม./ชม.) เพื่อสร้างแรงดูด Venturi Effect ตรึงตัวรถไว้กับผิวถนนยามเข้าโค้ง ทำงานสัมพันธ์กับสปอยเลอร์และดิฟฟิวเซอร์ท้าย

ห้องโดยสารสำหรับสายซิ่ง
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้ตำแหน่งเบาะนั่งอยู่ต่ำและโอบกระชับให้ฟีลลิ่งรถแข่ง แผงแดชบอร์ดติดตั้งหน้าจอกระจก Seamless-Glass รวมจอมาตรวัด 10.2 นิ้ว และจอมัลติมีเดีย 14.0 นิ้วเข้าด้วยกัน พร้อมออปชันจอฝั่งผู้โดยสาร 14.0 นิ้ว และหน้าจอแสดงผลบนกระจกหน้า (HUD) ขนาดใหญ่ถึง 29 นิ้ว
นอกจากนี้ยังมีปุ่ม AMG RACE ENGINEER Control Unit บนคอนโซลกลาง ดีไซน์คล้ายช่องแอร์โลหะขัดเงา สำหรับปรับการตอบสนองคันเร่ง, ปรับอาการขณะเข้าโค้ง และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี 9 ระดับ ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ MB.OS และ MBUX เจนเนอเรชันใหม่ที่มีอวตาร AI โต้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ เสริมฟังก์ชันสนามแข่งระดับโปร AMG TRACK PACE และหลังคากระจก SKY CONTROL ปรับความทึบแสงได้พร้อมไฟ Ambient ลากยาวสุดพรีเมียม
การผลิตและกำหนดการวางจำหน่าย
การผลิตรถยนต์ระดับมาสเตอร์พีซคันนี้ จะเริ่มต้นขึ้นในซัมเมอร์ปี 2026 ณ โรงงาน Sindelfingen ประเทศเยอรมนี ส่วนตัวมอเตอร์ Axial Flux จะถูกประกอบขึ้นที่โรงงาน Berlin-Marienfelde สำหรับราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในตลาดยุโรปจะมีการเปิดเผยในสัปดาห์หน้า พร้อมเปิดรับจองทันที
สำหรับประเทศไทย – หาก Mercedes-Benz ประเทศไทย เลือกจะทำตลาดในบ้านเราก็น่าจะเป็นลักษณะการนำเข้าทั้งคัน (CBU) เท่านั้น เพื่อลูกค้าที่ต้องการที่สุดของยนตรกรรมตระกูล AMG โดยเฉพาะ คาดว่าราคาจำหน่ายจะอยู่ในระดับ Super EV หรูหรา ท้าชนกับคู่แข่งระดับไฮเอนด์อย่างแน่นอน
Technical Specifications:
| ข้อมูลทางเทคนิค | GT 63 4-Door Coupé 4MATIC+ | GT 55 4-Door Coupé 4MATIC+ |
| ประเภทมอเตอร์ | Axial Flux 3 ตัว (หน้า 1 / หลัง 2) | Axial Flux 3 ตัว (หน้า 1 / หลัง 2) |
| พละกำลังสูงสุด | 860 kW (1,169 แรงม้า) | 600 kW (816 แรงม้า) |
| แรงบิดสูงสุด | 2,000 นิวตันเมตร | 1,800 นิวตันเมตร |
| อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. | 2.1 วินาที | 2.5 วินาที |
| ความเร็วสูงสุด | 300 กม./ชม. | 300 กม./ชม. |
| แบตเตอรี่ | 106 kWh / รองรับการชาร์จ 600 kW | 106 kWh / รองรับการชาร์จ 600 kW |
| ระยะทางวิ่งสูงสุด (WLTP) | 596 - 696 กิโลเมตร | 597 - 700 กิโลเมตร |
| มิติตัวถัง (ยาว/กว้าง/สูง) | 5,094 / 1,959 / 1,411 มม. | 5,094 / 1,959 / 1,411 มม. |
ต้องการ ประเมินราคารถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…
