Honda City 2026 ประกาศปรับทัพดันขุมพลังไฮบริด e:HEV เป็นรุ่นหลัก หั่นเครื่องยนต์เทอร์โบเหลือรุ่นเดียว พร้อมปรับดีไซน์และออปชันล้ำสมัยรอบคัน
บริษัท ฮอนด้า (ประเทศไทย) จำกัด สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งสำคัญในตลาดซับคอมแพ็คด้วยการเปิดตัว Honda City 2026 โฉม Big Minor Change ใหม่ล่าสุด ทั้งในตัวถังซีดาน และแฮทช์แบ็ก 5 ประตู โดยตัวรถมาพร้อมหน้าตาที่สปอร์ตเข้มขึ้น และอัปเกรดหน้าจอกลางดิจิทัลขนาดใหญ่ถึง 10 นิ้ว
Key Highlights:
- e:HEV ตัวยืน: รุ่นยอดนิยมอย่าง V, SV และ RS จะมีให้เลือกเฉพาะขุมพลัง e:HEV เท่านั้น
- ลดบทบาทเครื่องเทอร์โบ: เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร VTEC Turbo จะเหลือให้เลือกแค่ในรุ่นเริ่มต้น (S Grade) เพียงรุ่นเดียว
- ดีไซน์ใหม่: ปรับกระจังหน้าลายรังผึ้งให้เรียวบาง จับคู่ไฟท้ายครอบเลนส์ใสบนพื้นหลังสีเทาเข้ม
- เพิ่มเทคโนโลยีและออปชัน: อัปเกรดหน้าจอกลางใหญ่ขึ้นเป็น 10 นิ้ว พร้อมล้อง 360 องศา และแท่นชาร์จไร้สาย
- เตรียมเปิดรับจองอย่างเป็นทางการวันที่ 1 กรกฎาคม และเริ่มส่งมอบล็อตแรกภายใน 31 สิงหาคม 2569
การปรับโฉมครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ของค่าย เมื่อฮอนด้าตัดสินใจลดสัดส่วนเครื่องยนต์สันดาปล้วน แล้วผลักดันระบบไฮบริด e:HEV ให้กลายเป็นตัวเลือกหลักในรุ่นย่อยยอดฮิต ทั้ง V, SV และ RS …เปิดรับจองอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป
ชุดหน้าโฉมใหม่
มีอะไรใหม่ในโฉม Big Minor Change?
ดีไซน์ภายนอก: ปรับหน้าใหม่ – ทั้งตัวถังซีดานและแฮทช์แบ็กได้รับการปรับลุคด้านหน้าใหม่ให้โฉบเฉี่ยวขึ้น ด้วยชุดไฟหน้า LED ที่เฉียบคมรับกับกระจังหน้าลายรังผึ้งดีไซน์เพรียวบาง โดยในรุ่นมาตรฐานจะมีการปรับดีไซน์กันชนหน้าและช่องดักลมใหม่
ส่วนรุ่น RS จะได้กระจังหน้าเฉพาะรุ่นท็อปพร้อมโลโก้ RS สีแดง ติดตั้งกันชนล่างสไตล์สปอร์ต และดิฟฟิวเซอร์ท้ายขนาดใหญ่ขึ้นที่ด้านหลัง ได้ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ และเพิ่มสีตัวถังภายนอกใหม่ (สีแดง Ignition Red Metallic และสีเทา Urban Grey Pearl) ขณะที่ชุดแต่งเวอร์ชันพิเศษอย่าง Drival Edition ในโฉมก่อนจะถูกถอดออกไปในโฉมปรับปรุงนี้
ภายในห้องโดยสารของ Honda City 2026
ห้องโดยสารและเทคโนโลยีใหม่ – ภายในห้องโดยสารมีการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่พรีเมียมขึ้น:
- หน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว: ส่วนรุ่นเริ่มต้นจะได้หน้าจอขนาดลดหลั่นลงมา ฝังเข้าไปในคอนโซลกลาง
- เพิ่มไฟ Ambient Light: เพิ่มสีสันยามค่ำคืน
- กล้องมองภาพ 360 องศา: ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการจอดรถ
- สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ: ติดตั้งแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) และกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติมาให้แล้ว
- พิเศษเฉพาะตัวถังซีดาน 4 ประตู จะมีออปชันภายในโทนสีเทา Platinum Gray ให้เลือกเพิ่มเติม (เมื่อจับคู่กับสีตัวถังภายนอกสีเทา Meteoroid Gray Metallic หรือสีดำ Crystal Black Pearl)
การปรับโฉมในรุ่น Hatchback
ปรับโครงสร้างขุมพลัง
แม้ขุมพลังทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้ารวมถึงระบบขับเคลื่อนต่างๆยังคงเดิม แต่การทำ Big Minor Change ครั้งนี้สะท้อนทิศทางของฮอนด้าอย่างชัดเจนในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาด:
- รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 1.0 ลิตร VTEC Turbo จะมีให้เลือก เฉพาะรุ่นเริ่มต้น S Grade เท่านั้น
- รุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด (e:HEV) ปรับเป็นขุมพลังหลักในรุ่นย่อย V, SV และ RS ขับเคลื่อนด้วยระบบ Full Hybrid เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ผสานการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และเกียร์ E-CVT ให้พละกำลังรวมระบบ 126 แรงม้า มอบความประหยัดน้ำมันและการตอบสนองที่ฉับไว
กำหนดการวางจำหน่าย
ปัจจุบัน Honda ประเทศไทย ได้เปิดระบบให้ผู้ที่สนใจเริ่มลงทะเบียนแสดงความจำนงล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว โดยมีกำหนดการไทม์ไลน์สำคัญดังนี้:
- เปิดรับจองอย่างเป็นทางการ: วันที่ 1 กรกฎาคม 2569
- กำหนดเริ่มส่งมอบรถล็อตแรก: ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569
คาดการณ์ราคาจำหน่าย – สำหรับการเคาะราคาอย่างเป็นทางการจะมีการประกาศในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า คาดว่าราคาจำหน่ายของสเปกไทยจะยังคงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับโฉมปัจจุบัน โดยคาดการณ์ว่าจะอยู่ในช่วงประมาณ 599,000 – 829,000 บาท ซึ่งต้องรอลุ้นราคาสุดท้ายในวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
| ข้อมูลทางเทคนิค | รุ่น VTEC Turbo | รุ่น e:HEV |
| รุ่นย่อย | S | V, SV และ RS |
| เครื่องยนต์ | เบนซิน 3 สูบ 1.0 ลิตร เทอร์โบ | เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร + มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ |
| พละกำลังสูงสุด | 122 แรงม้า | 126 แรงม้า (พละกำลังรวม) |
| ระบบส่งกำลัง | CVT | E-CVT |
| ระบบความปลอดภัย | Honda SENSING | Honda SENSING |
| ไฮไลท์ออปชั่น | หน้าจอฝังคอนโซล | หน้าจอสัมผัส 10 นิ้ว / กล้อง 360° / แท่นชาร์จไร้สาย |
ต้องการ ประเมินราคารถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…
