
รีวิว Nio Fiefly รถไฟฟ้าไซส์เล็กที่ออกแบบมาเพื่อจุดประกายแห่งความสนุกทุกการขับขี่ มาพร้อมสมรรถนะแน่นๆ ท่ามกลางสมรภูมิราคารถที่ดุเดือด
จุดที่ต้องชื่นชม
- งานออกแบบเป็นเอกลักษณ์ แปลกตาแต่น่าประทับใจ
- การขับใช้งานแบบ City EV นั้น โดดเด่นสุดๆ
- รถแรง ขับสนุก และไม่น่ากลัว
ข้อดี
- Frunk เก็บของด้านหน้าขนาดใหญ่ 92 ลิตร
- มี OS และการออกแบบภายในที่เป็นมิตรต่อการใช้งานจริง
- ระบบ Pilot Assist ช่วยให้ชีวิตในการจราจรติดขัดดีขึ้นเยอะ
ข้อสังเกตุ
- ราคาจำหน่าย 7.99 แสน “สู้ยาก” ในสถานการณ์สงครามราคา EV
- หลังคากระจกไม่มีม่านบังแดด
- ออปชั่นหลายอย่างโดนตัดไปอย่างน่าเสียดาย
Nio Firefly เฉิดฉายที่สุดหากเป็นการขับขี่ใช้งานภายในเมือง ขณะเดียวกันเมื่อมีจังหวะทำความเร็วก็ชวนให้ผู้ขับขี่สนุกได้ทุกเมื่อด้านคาแร็คเตอร์ “โกคาร์ท”
เปิดโลกการขับขี่ในช่วงจราจรติดขัดให้สบายมากกว่าที่เคยคิดกับเจ้า Firefly คันนี้ ด้วยมิติตัวรถขนาด 4,003 (ยาว) x 1,781 (กว้าง) x 1,557 (สูง) มิลลิเมตร ทำให้การมุดช่องทางจราจร หรือพุ่งตัวออกจากช่องเล็กๆได้สะใจดี
ขณะที่การขับขี่ช่วงถนนโล่งๆหรือไฮเวย์ก็น่าประทับใจ เห็นรถเป็นเหลี่ยมๆมนๆน่ารักแบบนี้ แต่ Aero Dynamic ดีมาก มีการกระจายน้ำหนักหน้า-หลังแบบ 50:50 เท่ากัน ทำให้ได้ฟีลลิ่งการควบคุมที่ดีมาก พร้อมการเก็บเสียงเงียบสนิทภายในห้องโดยสาร การควบคุมรถโดยรวมจึงกระชับราวกับขับรถของเล่นก็มิปาน
ใต้ฝากระโปรงหน้านั้นไม่ใช่ที่อยู่ของมอเตอร์ไฟฟ้า แต่เป็น Frunk เก็บสัมภาระขนาดใหญ่จุ 92 ลิตร ใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้สบายๆ
ขณะที่มอเตอร์ขับหลัง (RWD) ก็คำนวนสเป็กมาลงตัวกับการใช้งาน ด้วยพละกำลัง 105kW (143 แรงม้า) แรงบิด 200 นิวตันเมตร บนบอดี้ที่มียน้ำหนักตัวเพียง 1,492 กก. เท่านั้น จึงได้คาแร็คเตอร์การออกตัวที่จิ๊กจ๊าดของแรงบิดทั้งก้อนได้อย่างรวดเร็ว ทำเวลา 0-100 ได้ราวๆ 8.1 วินาทีเท่านั้น
ส่วนเรื่องแบตเตอรี่และการชาร์จนั้นก็ไม่ได้น่าเกลียด แบตเตอรี่ใช้ LFP ขนาด 42.1 kWh วิ่งไกล 400 กม./ชาร์จ (NEDC) พอเพียงให้ใช้งานให้ขับไป-กลับทำงานได้ตลอดอาทิตย์ก่อนต้องจอดเติมไฟในช่วงวันหยุด แถมยังมาพร้อมการชาร์จ DC ได้รวดเร็วสูงสุดถึง 100kW ที่สามารถาร์จจาก 10% - 80% ในเวลาประมาณ 30 นาทีเท่านั้น
ท้ายรถเดิมๆจุได้ไม่แพ้ใคร แต่อย่าได้พับเบาะ เพราะสุดท้ายด้วยความคอมแพ็คนี้อาจจะไม่ได้ความจุตอนพับเบาะเทียบเท่ากับรถ B-SUV ที่ราคาใกล้กันรุ่นอื่นๆ
ตัวเลขความจุสัมภาระท้ายรถอยู่ที่ 404 ลิตร เป็นตัวเลขที่ไม่ได้อ่อนแอเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมคลาส แตกต่างที่ความเป็นมอเตอร์ขับหลังทำให้จะไม่ได้ช่องเก็บของเพิ่มเติมใต้ท้องรถ (แต่ไปใส่ไว้ใต้เบาะนั่งตอนหลังแทนก็เจ๋งดี) แถมเวอร์ชั่นจำหน่ายไทยยังไม่ได้เป็นรุ่นฝาท้ายไฟฟ้า
อย่างไรก็ดีเมื่อพับเบาะหลังแบบ 60:40 ลงไปแล้วจะขยายความจุท้ายรถขึ้นไปได้ถึง 1,253 ลิตร ..ก็พอใช้งานได้
งานออกแบบภายในต้องบอกคำโตๆว่า “น่ารักมาก” สาวๆน่าจะถูกใจสิ่งนี้ พร้อมการใส่ใจรายละเอียด ทำให้เกิดความรู้สึกว้าวหลายๆครั้งเมื่อถูกสังเกตุเห็นขณะใช้งานจริง
วัสดุภายในส่วนใหญ่ใช้เป็นวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมให้สัมผัสพรีเมียมคล้ายหนัง Alcantara แต่ไม่ใช่! มันคือ “ผ้าไม่โครไฟเบอร์” ที่สามารถโดนน้ำได้ แถมให้สัมผัสพรีเมี่ยมได้ดีทีเดียว (ทำไมไม่มีใครสนใจใช้มาก่อนหน้านี้นะ?)
ขณะที่การดีไซน์พื้นที่ใช้สอยนั้นเน้นไปที่การนั่งสบายของผู้โดยสารตอนหน้า เบาะนั่งที่กว้างขวาง นุ่มแน่น มาพร้อมระบบเบาะนวดและเบาะเป่าลมเย็น แถมยังมี Memory Seat ที่มาพร้อมโหมดเบาะนั่งแบบ “พักผ่อน” ปรับท่ายืดเหยียดให้อัตโนมัติ
นอกจากนี้ ภายในยังมีฟีเจอร์ว้าวๆซ่อนอยู่อีก เช่น ลำโพง 14 ตำแหน่ง รองรับ 7.1 Surround Sound และ Dolby Atmos, ไฟ Ambient Light กะพริบตามจังหวะดนตรี, ฟังก์ชั่นการช่วยถอยจอดอัตโนมัติ, ระบบ Pilot Assist ช่วยขับตอนรถติด และความปลอดภัยระมาตรฐาน Euro NCAP 5 ดาว
การควบคุมคอนโซลที่รันโดยระบบปฏิบัติการ Aster OS ของทาง Nio Firefly นั้นลื่นไหลและเป็นมิตรกับการใช้งาน ทั้งการสั่งการแบบ Gesture Control หรือใช้นิ้วปัดซ้าย-ขวาในลักษณะต่างๆก็ช่วยให้ใช้งานรถได้ง่ายขึ้น แม้จะไม่มีปุ่มกดอะไรเลยบริเวณคอนโซลกลาง
Nio Firefly โดดเด่นที่ช่วงล่าง และการขับขี่ ที่แม้จะเป็น City EV แต่กลับให้ความรู้สึกสนุกขนานแท้ ทันทีที่ได้สัมผัสกับการควบคุมรถสไตล์โกคาร์ท
แตกต่างจากความแข็งกระด้าง ทรงพลัง และสมรรถนะสปอร์ตสุดขั้วของค่ายยุโรปที่ใช้คำว่า “โกคาร์ท” เป็นคำโปรยเหมือนกัน แต่โกคาร์ทในเวอร์ชั่นของ Firefly นั้นกลับให้ความรู้สึกแน่น ควมคุมได้อยู่มือ เป็นรถจุดประกายแห่งความสนุกได้ทุกครั้งที่สาดโค้ง พร้อมกดคันเร่งที่มีแรงบิดมาให้เหมาะมือกับการใช้งานบนถนนทั่วๆไป และช่วงล่างหน้าหลัง ที่ด้านหลังให้โช้คอัพแบบมัลติลิงค์ 5 ก้าน ก็ทำงานตอบรับกันได้สอดคล้อง สะท้อนออกมาเป็นรอยยิ้มกับเสียงหัวใจเต้นรัวของผู้ขับขี่ได้อย่างดี
จุดแข็งอีกอย่างของ Firefly คือเรื่องของการใส่รายละเอียดงานดีไซน์ไปทั่วทุกจุดรอบคัน โดยเฉพาะกับสัญลักษณ์ดวงตา 3 ดวง
บทสรุป
Nio Firefly กลายเป็นรถชาว Motorist จะต้องยิ้มออกเมื่อได้สัมผัสกับการขับขี่จริงๆ แต่ก็แอบน่าเสียดายที่ตัวเลือกราคาในตลาด B-Segment ของประเทศไทยนั้นมีเยอะมากกกกก และยังไม่รวมถึงคู่แข่งคลาสเดียวกันที่ขยันทำราคาเริ่มต้นต่ำ 5 แสนกันรัวๆ แต่เจ้าหิ่งห้อยน้อยคันนี้ตั้งใจทำราคากันสุดๆได้ที่ 799,000 บาท
ขณะที่ Nio ทำการบ้านเรื่องการขับขี่ใช้งานได้ดีสุดๆ แต่กลับตัดออปชั่นบางอย่างออกไปในรุ่นที่จำหน่ายไทย เช่น หลังคา Panoramic ที่ไม่ได้ให้ม่านบังแดดมา (แต่ให้ม่านพับอุปกรณ์เสริมมาให้), ตัวรถไม่มีกล้องด้านหน้า แต่ให้กล้องที่จุดอื่นๆมาละเอียดยิบ รวมถึงไวร์เลสชาร์จเจอร์บรเวณคอนโซลกลางก็ไม่ได้มีมาให้
อัปเดตล่าสุด: ล่าสุดทางธนบุรีบลูสกายเน้นย้ำเรื่องการบริการหลังการขายของ Nio Firefly มาตามนี้ครับ
- ศูนย์บริการและโชว์รูมแห่งแรกของ Firefly จะพร้อมให้บริการช่วงปลายปี 2026 นี้
- ระหว่างนี้ลูกค้าจะได้รับบริการ Door to Door (Mobile Service) ให้ลูกค้าถึงบ้าน
- ช่วงเดือน ส.ค. - ก.ย. 69 เตรียมรับอัปเดต OTA สำหรับการเชื่อมต่อ Android Auto และระบบปฏิบัติการณ์ภาษาไทย
- ผู้ที่สนใจออกรถสามารถรับรถได้ทันที!
ทิ้งท้าย – ดังนั้นถ้าให้สรุปจริงๆ Nio Firefly น่าจะเหมาะกับคนที่ชื่นชอบการขับขี่ ซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกงานดีไซน์สุดมินิมอลทันสมัย …เอาเป็นว่า “ฉันน่ารัก แต่ฉันก็ซิ่งนะจ๊ะ” ประมาณนั้น… แต่เชื่อเถอะว่าถ้าได้ลองขับใช้งานจริงๆแบบเราในครั้งนี้ คุณจะติดใจเจ้าหิ่งห้อยน้อยตัวนี้ได้ไม่ยากเลย ..เป็นกำลังใจให้ทาง ธนบุรีบลูสกาย เอาชนะใจกลุ่มเป้าหมายที่เล็งไว้ท่ามกลางสมรภูมิรถ EV ไทยได้ในเร็ววันครับ
ข้อมูลทางเทคนิค: Nio Firefly | ||
|---|---|---|
ราคา (ณ วันที่เผยแพร่บทความ): ฿799,000 |
ระบบขับเคลื่อน: RWD |
|
มอเตอร์: Permanent Magnet Synchronous Motor |
การชาร์จ: 100kW DC, 7kW AC |
แรงม้า & แรงบิด: 105 kW (143 PS) & 200 Nm |
ระบบส่งกำลัง: Single-speed |
ระยะทางวิ่งสูงสุด: 400km/ชาร์จ (NEDC) |
อัตราสิ้นเปลือง: 10.9 kWh / 100 km |
0-100 กม./ชม.: 8.1 วินาที |
ความเร็วสูงสุด: 150 กม./ชม. |
ความจุแบตเตอรี่: 42.1 kWh |
|
มิติรถ (ยาว x กว้าง x สูง):
4,003 x 1,781 x 1,557 มม.
|
ระยะฐานล้อ: 2,615 มม.
|
ความจุสัมภาระท้าย: 404 ลิตร (1,253 ลิตร) |
รับสิทธิ์ประเมินราคารถฟรีวันนี้!
ต้องการ ประเมินราคารถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…