mReview: รีวิว LEPAS L6 เอสยูวีไฟฟ้าทรงสูง งบไม่เกิน 8 แสน พร้อมออปชั่นใหม่ในปี 2026

เผยแพร่โดย เมื่อ

Review LEPAS L6 EV 2026

mรีวิว LEPAS L6 รถไฟฟ้า C-SUV เน้นให้ความรู้สึกพรีเมี่ยมในราคาเอื้อมถึงง่าย กลับมาใหม่ในปี 2026 โฉมผลิตไทย 100% 


จุดที่ต้องชื่นชม

  • รุ่นปรับปรุงใหม่นี้ผลิตไทย ปรับออปชั่นตามคำเรียกร้องของคนไทย
  • ขับขี่ประหยัดพลังงานกว่าที่คิด และประหยัดกว่าหลายรุ่นในคลาสเดียวกัน
  • มีระบบช่วยถอยจอด พร้อมระบบช่วยถอยหลังแบบจดจำเส้นทาง

ข้อดี

  • กล้องมองมุมอับใช้งานได้จริง
  • ช่วงล่างนุ่มแน่น โดดเด่นโดยเฉพาะถ้าคุณ “ไม่ได้ขับคันเดียว”
  • แม้จะพยายามตกแต่งให้ดูหรูหรา แต่ยังยึดดีไซน์ที่ใช้งานง่ายเอาไว้

ข้อสังเกตุ

  • แม้จะตั้งใจให้ความรู้สึกพรีเมี่ยม แต่วัสดุโดยรวมยังไม่ให้ความพรีเมี่ยมขนาดนั้น
  • หน้าจอ Infotainment ทำอะไรได้น้อยไปหน่อย อาจต้องรออัปเดตในอนาคต

LEPAS L6 กำลังวิ่งบนถนนLEPAS L6 เต็มไปด้วยความนุ่มนวลในทุกครั้งที่เหยียบคันเร่ง และแม้ว่าคุณจะอยากเหยียบซิ่งในโหมดสปอร์ตเองก็ตามที่มีการตอบสนองคันเร่งไวขึ้นมาหน่อย แต่เจ้าตัวก็ยังจัดว่าไม่ได้ดุดันมากนัก ทำให้คาแร็คเตอร์โดยรวมของรถคันนี้ดูจะนุ่มนวล แต่ก็ไม่ถึงกับอืด เหมาะสมกับคนที่มีครอบครัวหรือไม่ได้ใช้งานรถคนเดียวเป็นอย่างยิ่ง

โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าการเซ็ตอัปคาแร็คเตอร์รถคันนี้ออกมาของทาง Chery จะยังไม่ได้สร้างความแตกต่างออกจากเพื่อนร่วมค่ายแบรนด์อื่นๆ คือให้การตอบสนองที่ใกล้เคียงกัน บุคลิกคล้ายๆกัน การควบคุมที่เหมือนๆกัน.. ข้อดีอย่างหนึ่งคือคุณไม่ต้องปรับตัวมาก ขับขี่ง่าย แต่กลับกันมันก็อาจจะทำให้ตัวรถไร้จุดเด่นที่จะทำให้คนประทับใจ และจดจำมันแยกออกจากรถในเครือคันอื่นๆ.. แม้ว่าช่วงล่างที่เซ็ตมาเดิมๆจะทำหน้าที่ของมันได้ดีก็ตามที

ทั้งนี้ สิ่งที่อาจจะทำให้ LEPAS L6 “ฉีก” ออกจากเพื่อนๆใต้ชายคาเดียวกันคันอื่นได้คือ ระยะทางวิ่ง ที่ดูจะมากกว่ารถรุ่นอื่นๆที่ 540 กม. (NEDC) ในทุกรุ่นย่อย

ดีไซน์ส่วนหน้าของรถ LEPAS L6ด้านหน้ารถโดดเด่นด้วยดีไซน์ไฟหน้าแบบดวงตาเสือ ตามชื่อแบรนด์ LEPAS (ที่มาจาก Leopard) โคมไฟ DRL วางนอนรูปตัว L พร้อมหลอดไฟส่องสว่างโปรเจคเตอร์ซ่อนด้านบน.. บอกตรงๆมองแวบแรกเฉยๆ แต่พอเอามาจอดอยู่ที่บ้านหลายวันเข้าหน่อยกลับเกิดความรู้สึก “มองได้ทุกวัน ไม่เบื่อ” ขึ้นมาซะงั้น

แน่นอนว่ากระจังหน้าดีไซน์แบบปิดทึบตามสไตล์รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ มีช่องระบายอากาศด้านล่างใต้ทะเบียน มาพร้อมดีไซน์กระจังหน้าสวยโหด ดุดัน และยังมีฟังก์ชั่นระบบความปลอดภัยต่างๆอัดแน่นอยู่เต็มไปหมด ทั้ง LiDAR 1 ตัว, กล้อง 11 ตัว, Radar 3 ตัว และ Ultrasonic Sensors 12 ตัว ..จัดเต็มสุดๆ

มอเตอร์ไฟฟ้าและ Frunk ใต้ฝากระโปรงหน้า LEPAS L6ระบบขับเคลื่อนที่ทำให้เจ้า L6 ได้คาแร็คเตอร์สุดจะละมุนมาต้องยกให้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า ที่ได้พละกำลังสูงสุด 218 แรงม้า (160 kW) แรงบิดสูงสุด 275 นิวตันเมตร ใต้ช่องเก็บของขนาด 38 ลิตรช่องนี้แหละ

แม้จะทำอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 7.9 วินาที พร้อมตัวเลข Top Speed กว่า 160 กม./ชม. แต่ตราบใดที่คุณไม่กระทืบจมคันเร่ง มันก็จะยังนุ่มนวลให้คุณได้เสมอ ..น่าแปลกใจขึ้นไปอีกขั้นด้วยอัตราสิ้นเปลืองพลังงานเฉลี่ยที่ทาง Motorist ทดสอบได้อยู่ในระดับ 10-11 kWh/100 กม. เท่านั้น! ซึ่งปกติรถคลาสนี้จะต้องเห็น 13-15 kWh เป็นมาตรฐานแท้ๆ

ตัวรถมาพร้อมแบตเตอรี่ LFP ความจุ 65.05 kWh ชาร์จเร็วสูงสุดที่ 120 kW ชาร์จ 30%–80% ในเวลาประมาณ 20 นาที โดยที่ 1 การชาร์จเต็มจะวิ่งสูงสุด 540 กิโลเมตร (NEDC) ..สังเกตได้ว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวเลขที่อาจจะเห็นได้ทั่วๆไปในตลาดรถไฟฟ้ากลุ่มราคา 7-8 แสน ซึ่งก็พอเข้าใจได้ เพราะสเป็คแบตเตอรี่นี่แหละที่เป็นอีกปัจจัยสำคัญในการกำหนดราคารถไฟฟ้า

อย่างไรก็ดี ด้วยความที่ LEPAS ตั้งใจทำราคารถให้คนไทยเข้าถึงได้ง่าย เขาจึงหันไปเพิ่มเติมที่ระบบเทคโนโลยีต่างๆภายในแทน ซึ่งเดี๋ยวเราจะอธิบายกันในย่อหน้าถัดๆไปครับ

มิติตัวถังด้านข้าง LEPAS L6มิติตัวรถจัดเป็น C-SUV ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ด้วยอัตราส่วนความยาว x กว้าง x สูง ที่ 4,570 x 1,852 x 1,683 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อกว้าง 2,700 มม. โดดเด่นที่ความสูงโปร่งและระยะฐานล้อยาวถึงใจ

จุดหนึ่งที่ต้องขอชมเลยคือความกว้างของเบาะโดยสารตอนหลัง แม้จะให้เบาะนั่งขนาดใหญ่มาจัดเต็ม แต่ก็ยังเหลือพื้นที่ขาอีกพอประมาณ นั่งไขว่ห้างได้เลยล่ะ… แม้มุมมองอาจจะอึดอัด แต่หลังคาแก้วพาโนรามิคซันรูฟ (เปิดหลังคารับลมได้) ขนาดใหญ่นี้ก็ช่วยให้โล่งหูโล่งตาไปเยอะ

ล้ออัลลอยขอบ 19 นิ้วและช่วงล่าง LEPAS L6สเป็คช่วงล่างเป็นด้านหน้าแม็คเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังอิสระมัลติลิงก์ และอย่างที่บอกไปตอนต้นบทความว่ามันให้การตอบสนองที่นุ่มนวลต่อการซับแรงกระแทก อาการคล้ายๆกันกับช่วงล่างของรถในเครือ Chery รุ่นอื่นๆ

แต่จะมีความแตกต่างนิดหน่อยตรงที่ระยะความสูงจากพื้นถึงท้องรถนั้นอยู่ที่ 180 มม. (รถเปล่า) และลุยน้ำลึกได้สูงสุด 500 มม. (ชุดแพ็กแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนผ่านมาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68) ถือว่าเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมอันไม่แน่นอนของประเทศไทยพอประมาณเลย

ปล. ล้อแม็กขอบ 19 นิ้วในรุ่นท็อป Premium สวยม๊ากก และมีกิมมิคที่ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมคาลิปเปอร์สีแดงซ่อนอยู่ภายใน

ภายในห้องโดยสารตอนหน้าโทนสีดำ LEPAS L6สำหรับรุ่นปี 2026 ที่เปิดตัวมาล่าสุดจะได้การตกแต่งภายในด้วยโทนสีดำขลับเอาใจคนไทย หลังจากการเปิดตัวในปีที่แล้วมีเพียงออปชั่นเบาะสีขาวมาให้ ทำให้หลายๆคนไม่กล้าเลือกมาใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนไทยที่จะรักรถกันเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ ยังมีความพยายามเลือกวัสดุและปรับงานออกแบบจากรถรุ่นอื่นๆในเครือ แต่ก็ยังคงเห็นเค้าลางบางๆว่าหยิบมาจากรุ่นไหนบ้าง ทั้งนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นอีกวิธีที่ฉลาดในการหยิบจับปรับดีไซน์ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ดูพรีเมี่ยมขึ้นจริง โดยเฉพาะที่แถบลวดลายคล้ายเมทัลลิคที่พาดตลอดรอบตัวรถ

ในด้านความสะดวกสบายภายในเองยังได้ออปชั่นจัดเต็มมาให้ทั้งเบาะเป่าลมร้อน/เย็น เบาะนวดไฟฟ้าทั้ง 2 ที่นั่งด้านหน้า และการตัดเย็บเบาะที่เป็นแพทเทิร์นเฉพาะรุ่น LEPAS L6 เท่านั้น

คอนโซลหน้า พวงมาลัย และหน้าจอ 2K 13.2 นิ้ว LEPAS L6การเลือกใช้ปุ่มควบคุมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบฝังไฟ Backlight ให้มุมมองที่พรีเมี่ยมขึ้นจริงๆ แต่คงจะพรีเมียมได้ดีกว่านี้ถ้าเจ้าตัวปุ่มกดคำสั่งเป็นซอฟต์ทัช มากกว่าการต้องกดคำสั่งลงไปแรงๆให้ดัง “แกร๊ก” จึงน่าเสียดายว่าเกือบจะได้สัมผัสพรีเมี่ยมครบรสแล้วนะนี่

ทั้งนี้ เราอยากโฟกัสที่อีกไฮไลท์เด็ดของเจ้า L6 นั่นคือหน้าจอกลางแบบสัมผัส UHD 2K ขนาดใหญ่ 13.2 นิ้ว ที่มาพร้อมชิป Snapdragon 8155 ตัวท็อปสุดของวงการยานยนต์ในปัจจุบัน ทำงานร่วมกับชิปประมวลผล NVIDIA Drive Orin-Y + เซ็นเซอร์ LiDAR ควบคุมระบบ ADAS ตอบสนองคม ฉับไว มีระบบ ACC, TJA, AEB, ELK, BSD, RCTA, APA (ถอยจอดอัตโนมัติ) และ Tracing Reverse (ถอยกลับตามทางเดิม 50 ม.) มาให้อีก!

ข้อติเดียวของระบบ Infotainment ชุดนี้คงจะเป็นการที่ไม่มีระบบ Built-in แผนที่นำทางมาให้ ซึ่งถ้าจะนับรถในกลุ่มพรีเมี่ยมจริงๆแล้ว ล้วนมีติดมากันทั้งนั้น ..แต่อย่างน้อยๆก็ยังมีลำโพง Sony (เฉพาะรุ่นท็อป) 8 ตำแหน่งมาให้ฟังเพลงเพลินๆล่ะนะ

ดีไซน์ด้านท้ายสไตล์ยุโรป LEPAS L6อีกมุมที่ LEPAS ทำได้ดีในการดึงเส้นสายความพรีเมี่ยมออกมาได้อย่างที่สุด นี่มันรถหรูสไตล์ยุโรปชัดๆ ด้วยบอดี้ SUV ขนาดกำลังดีบวกกับเส้นโค้งมนตลอดคัน และยังมีชุดไฟท้ายพาดยาวตลอดความกว้างรถยิ่งส่งเสริมภาพจำตัวรถให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้มีรายละเอียดเล็กๆอื่นๆที่ทางแบรนด์ปรับแต่งมาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาดรอบโลกมากขึ้น เช่น มือจับประตูแบบปกติ ไม่ซ่อน ไม่อันตรายขณะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งประเทศแม่อย่างจีนก็กำลังบังคับใช้ให้รถรุ่นใหม่ๆจากจีนห้ามใช้มือจับประตูแบบซ่อน รวมไปถึงการใส่ใบปัดน้ำฝนหลังมาให้ตามบริบทการใช้งานในสภาพอากาศของประเทศไทย หรือยุโรปด้วยเช่นเดียวกัน

พื้นที่สัมภาระท้ายรถ LEPAS L6พื้นที่สัมภาระท้ายรถนั้นมีความจุพื้นฐานอยู่ที่ 323 ลิตร ดูจะน้อยไปหน่อยเพราะต้องเบียดกับพื้นที่โดยสารภายในที่กว้างขวาง แต่ก็ยังมาพร้อมตัวเลือกให้ปรับระดับพื้นของพื้นที่สัมภาระนี้ได้ และยังพับเบาะหลัง 60:40 ได้ ขยายความจุไปแตะ 1,255 ลิตรได้เลย

ช่องเก็บสัมภาระใต้พื้นห้องเก็บของท้าย LEPAS L6พร้อมกันนี้ยังมีฟังก์ชั่นช่องเก็บของเพิ่มเติมเป็นหลุมลึกลงไปถึง 99 ลิตร! ใต้พื้นสัมภาระหลัง ช่วยเก็บของกระจุกกระจิกได้ หรือของที่อาจจะส่งกลิ่นก็อาจจะพอทุเลากลิ่นลงไปได้ด้วยเช่นกันนะ

โลโก้และสรุปราคาจำหน่าย LEPAS L6 2026โดยรวมแล้ว LEPAS L6 คัมแบ็คในปี 2026 ด้วยออปชั่นการใช้งานที่เหมาะกับคนไทยมากขึ้น เพิ่มระบบช่วยถอยรถอัจฉริยะ เพิ่มออปชั่นสีที่ดูแลง่าย ทำให้ความน่าใช้บวกกับเรทราคาที่เข้าถึงง่ายนี้ทวีคูณขึ้นไปอีก

  • LEPAS L6 รุ่น Comfort: เริ่มที่ 769,900 บาท
  • LEPAS L6 รุ่น Premium: เริ่มที่ 799,900 บาท

เป็นการวางตำแหน่ง C-SUV ได้โหดมากแถมราคาไม่เกิน 8 แสนเลยด้วยซ้ำ!

ทิ้งท้าย – อย่างไรก็ดี หากนำคำว่า “รถพรีเมียม” มาเทียบใช้นั้นต้องบอกว่าอาจจะยังไม่ถึงขนาดนั้น ด้วยการดึงภาพลักษณ์ความคุ้มค่าให้ยังคงอยู่ก็จะเป็นตัวฉุดให้มันไปพรีเมียมที่สุดคงไม่ได้ ทั้งนี้ต้องจับตาต่อไปว่ารถรุ่นอื่นๆ ต่อจากนี้ของ LEPAS จะสามารถดึงความพรีเมียมออกมาให้สมความตั้งใจที่ตั้งเอาไว้แต่แรกได้หรือไม่?!

ข้อมูลทางเทคนิค: LEPAS L6 Premium
ราคา (ณ วันที่เผยแพร่บทความ): ฿799,900
ระบบขับเคลื่อน: FWD
มอเตอร์: 
Permanent Magnet Synchronous Motor
การชาร์จ:
120kW DC, 6.6kW AC
แรงม้า & แรงบิด:
160kW (218 PS) & 275 Nm
ระบบส่งกำลัง:
Single-speed
ระยะทาง:
540 กม. / ชาร์จ (NEDC)
ระยะต่ำสุดถึงพื้น:
180 มม.
0-100 กม/ชม. :
7.9 วินาที
ความเร็วสุงสุด:
160 กม./ชม.
ความจุแบตเตอรี่:
65.05 kWh
มิติรถ (ยาว x กว้าง x สูง):
4,570 x 1,852 x 1,683 มม.
ระยะฐานล้อ:
2,700 มม.
ความจุสัมภาระท้าย:
323 ลิตร (1,255 ลิตร) + 99L Sub-trunk + 38L Frunk

ต้องการ ประเมินราคารถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…

0 ความคิดเห็น