เจาะสเป็ก NEW MG URBAN รุ่นผลิตไทย! เผยข้อมูลเต็มคัน 3 รุ่นย่อย จัดเต็มกว่ายุโรป รอลุ้นราคา 17 มิ.ย. นี้

เผยแพร่โดย เมื่อ

NEW MG URBAN Thai specs! Full details

เปิดสเป็กอย่างเป็นทางการ NEW MG URBAN (CKD) โฉมผลิตไทย 3 รุ่นย่อย จัดเต็มเบาะเป่าลม-หลังคาแก้ว วิ่งไกลสุด 530 กม.

10 มิถุนายน 2569 – MG Sales Thailand ได้เปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการของ “NEW MG URBAN” แฮทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นประกอบไทย (CKD) อัปเกรดออปชันหลายรายการให้พรีเมียมและตอบโจทย์สภาพอากาศเมืองร้อนได้เหนือกว่าเวอร์ชันที่เปิดตัวในประเทศอังกฤษอย่างเห็นได้ชัด รอลุ้นเปิดราคาอย่างเป็นทางการอีกครั้งวันที่ 17 มิถุนายน นี้!

Key Highlights:

  • เผยข้อมูลรุ่นจำหน่ายไทย: หน้าจอกลางขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว, เบาะเป่าลมเย็น เน้นตอบโจทย์เมืองร้อน
  • SAIC E3 Platform: มาพร้อมเทคโนโลยี Cell-to-Body (CTB) ผสานแบตเตอรี่เข้ากับโครงสร้างตัวถัง
  • แบตเตอรี่ CATL: แบตเตอรี่ LFP จากซัพพลายเออร์ระดับโลก มอบระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตร (NEDC)
  • ระบบจอดรถอัจฉริยะ: รุ่นท็อปได้ระบบ Smart Parking Assist และ Remote Auto Parking ที่สามารถสั่งจอดรถระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟนได้โดยไม่ต้องนั่งอยู่ในรถ

New MG URBAN Thai version rearviewNew MG URBAN รุ่นผลิตไทยต่างจากสเป็กยุโรป

ดีไซน์เอาใจเมืองร้อน

ภายนอกมาพร้อมแนวคิด “GENDER NEUTRAL TRENDY” โดดเด่นด้วยโลโก้เรืองแสง และไฟท้าย LED ดีไซน์ธง Union Jack พร้อมระบบเปิด-ปิดประตูท้ายไฟฟ้าอัตโนมัติ

สิ่งที่เวอร์ชันผลิตไทยจัดเต็มกว่ายุโรปคือออปชันในห้องโดยสาร รุ่น MAX และ ULTRA:

  • หน้าจอกลางขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว (สเป็กยุโรป 12.8 นิ้ว)
  • ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8155 (เฉพาะรุ่น ULTRA)
  • บาะนั่งพร้อมระบบเป่าลมเย็น สั่งเปิดผ่านมือถือได้ ตอบโจทย์เมืองร้อน
  • หลังคากระจก Panoramic Glass Roof เต็มแผ่น และไฟ Ambient Light 256 สี

The MG URBAN interiorภายในของ New MG URBAN

โครงสร้าง SAIC E3 Platform แบบ Cell-to-Body 

NEW MG URBAN ใช้แพลตฟอร์มสำหรับรถไฟฟ้าโดยเฉพาะอย่าง SAIC E3 Pure Electric Platform ที่ใช้เทคโนโลยี Cell-to-Body (CTB) ผสานแบตเตอรี่เข้ากับโครงสร้างตัวถัง ช่วยให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ขับขี่มั่นคง และขยายพื้นที่ห้องโดยสารให้กว้างขวางที่สุดในคลาส โดยมีพื้นที่วางขาด้านหลังกว้างถึง 984 มิลลิเมตร และห้องสัมภาระท้ายจุสูงสุดถึง 1,266 ลิตร เมื่อพับเบาะ

ขุมพลังขับหน้า และแบตเตอรี่ CATL วิ่งไกล 530 กม.

NEW MG URBAN เปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (ต่างจาก MG4 เดิมที่เป็นขับหลัง) เพื่อความนุ่มนวลในการใช้งานในเมือง โดยแบ่งเป็น 3 รุ่นย่อย:

  • รุ่น STANDARD: มอเตอร์ 150 แรงม้า แบตเตอรี่ LFP จาก CATL ความจุ 42.8 kWh วิ่งไกล 435 กม. (NEDC) ชาร์จ DC 10-80% ใน 28 นาที (82 kW)
  • รุ่น MAX และ ULTRA: มอเตอร์ 160 แรงม้า แบตเตอรี่ความจุ 53.9 kWh วิ่งไกล 530 กม. (NEDC) ชาร์จ DC 10-80% ใน 30 นาที (88 kW)

ทุกรุ่นรองรับระบบ V2L จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 3.3 kW

ความปลอดภัยระดับ 5 ดาว และระบบจอดอัจฉริยะ

มั่นใจด้วยมาตรฐาน Euro NCAP และ ANCAP 5 ดาว พร้อมระบบ ADAS ระดับ L2 และอุปกรณ์ความปลอดภัยรอบคันถึง 21 ตำแหน่ง (เซนเซอร์ 12 จุด, กล้อง 6 ตัว, เรดาร์ 3 ตำแหน่ง) ไฮไลท์เด็ดคือระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Smart Parking Assist และ Remote Auto Parking ที่สามารถสั่งจอดรถระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟนได้

  • สีตัวถัง: รุ่นจำหน่ายไทยมีให้เลือก 5 สี ได้แก่ ม่วง (Lavender Purple), เบจ (Modern Beige), ขาว (Arctic White), เทา (Andes Grey) และดำ (Pearl Black) ภายในเป็นสีทูโทน เทา-ดำ

ปล่อยสเป็กออกมาแบบจัดเต็มขนาดนี้ เหลือเพียงอย่างเดียวที่ทุกคนรอคอยคือ "ราคาจำหน่ายในประเทศไทย" ซึ่งมีกำหนดเปิดราคาอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 17 มิถุนายน 2569.. ทางเราจะรีบนำมารายงานทันทีครับ!


ต้องการ ประเมินราคารถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…

0 ความคิดเห็น